LogIn เข้าสู่ระบบ

Username
Password

ขอรับ username / password โปรดระบุ
ชื่อ-นามสกุล รหัสหน่วยบริการ
เลขบัตรประชาชน

ได้ที่ e-mail : กัญจนา รัตนะ kanchana.r@nhso.go.th


ความรู้เรื่องโรคไตวาย
การบริหารกองทุนโรคไตวาย
Monitor & Evaluation
LINK ตัวชีวัด HDC
LINK
 
 

นายแพทย์อุดม อรุณรุ่งศรี Dr.Udom Arunrungsree
ผู้อำนวยการแผนงานสนับสนุนระบบบริการโรคไตวาย
โทรศัพท์ 084-751-2459
E-mail :
udom.a@nhso.go.th

Visitor 00053

การจัดบริการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจและการปลูกถ่ายตับในเด็ก
(Heart Transplantation & Pediatric liver Transplantation) ปี 2560


1. หลักการและเหตุผล

        การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ (Heart Trandplantation) เป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากที่อาจทำให้ล้มละลายจากการเจ็บป่วยได้ (Catastrophic illness) ดังนั้นเพื่อให้ผู้ป่วยโรคหัวใจได้เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ และสนับสนุนให้ระบบบริการปลูกถ่ายหัวใจ ในประเทศไทยได้รับการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งช่วยเสริมระบบรับบริจาคอวัยวะให้เข้มแข็งมากขึ้น อันเป็นประโยชน์กับการขยายการปลูกถ่ายไต ซึ่งช่วยลดภาระงบประมาณระยะยาวได้ คณะกรรมการหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติจึงได้พิจารณาและมีมติ เมื่อ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 เห็นชอบให้การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554

        การผ่าตัดปลูกถ่ายตับในเด็ก ( Pediatric Liver transplantation ) เป็นวิธีการรักษาที่จำเป็น สำหรับผู้ป่วยโรคท่อน้ำดีตีบตันแต่กำเนิด แต่เป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากซึ่งเดิมยังไม่รวมอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเช่นกัน ดังนั้น คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงได้พิจารณาและมีมติ เมื่อวันที่  21 กุมภาพันธ์  2554 เห็นชอบการเพิ่มสิทธิประโยชน์ การผ่าตัดปลูกถ่ายตับในเด็ก (อายุไม่เกิน 18 ปี) สำหรับผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคท่อน้ำดีตีบตันแต่กำเนิด และโรคอื่นๆ ที่ทำให้เกิดภาวะตับวาย โดยการปลูกถ่ายทั้งผู้รับบริจาคที่ยังมีชีวิต และจากผู้เสียชีวิต และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 เป็นต้นไป

 2. วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหัวใจวายอย่างรุนแรงที่ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้ เข้าถึงบริการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
          2.2 เพื่อให้ผู้ป่วยเด็กที่ตับวายจากท่อน้ำดีอุดตันตั้งแต่กำเนิด หรือตับวายจากสาเหตุอื่นๆ ได้เข้าถึงบริการ
ปลูกถ่ายตับ
          2.3 เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหัวใจวาย และผู้ป่วยเด็กที่ตับวายจากท่อน้ำดีอุดตันตั้งแต่กำเนิดหรือตับวายจากสาเหตุอื่นๆ
ได้รับการดูแลรักษาที่มีคุณภาพ มาตรฐาน มีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้ีผลลัพธ์สุขภาพที่ดี



 3. กรอบการบริหารค่าใช้จ่าย

         สปสช.จะชดเชยค่าบริการผู้ป่วยที่รับบริการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ และผู้ป่วยเด็กที่ได้รับการปลูกถ่ายตับตามผลงานการ
ให้บริการ     ระยะเวลาในการดำเนินการ ตั้งแต่ วันที่  1 ตุลาคม  2559 ถึงวันที่  30  กันยายน  2560

 4. การบริหารจัดการ

          4.1 การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ
          หน่วยบริการที่จะให้บริการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจและการปลูกถ่ายตับในเด็ก ต้องแสดงความจำนงเข้าร่วมบริการ โดยต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย และสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย ซึ่ง สปสช.จะดำเนินการตรวจรับรอง โดยจะมีการประเมินความพร้อมในการให้บริการทุกปี ตามหลักเกณฑ์ที่ สปสช.กำหนด   

          4.2 หน้าที่ของหน่วยบริการ
            4.2.1  จัดระบบการลงทะเบียนผู้รับบริการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ (Heart Transplantaion ) /ผู้ป่วยการปลูกถ่าย ตับในเด็ก (Pedriatic Liver Transplantaion)
            4.2.2  จัดให้มีระบบการให้บริการ ที่มีสถานที่ และเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสมและพอเพียงเพื่อบริการผู้ป่วย
            4.2.3  จัดให้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ (Heart Transplantaion ) / แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการปลูกถ่ายตับในเด็ก(Pedriatic Liver Transplantaion ) หนึ่งคนเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบโครงการและมีพยาบาลอย่างน้อย หนึ่งคน ทำหน้าที่เป็น  Case  Manager
            4.2.4  ให้บริการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ / ปลูกถ่ายตับในเด็ก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
            4.2.5  การให้บริการให้เป็นไปตามชุดบริการต่าง ๆ ( Protocol ) ตามแนวทางของสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย
            4.2.6  จัดให้มีกิจกรรมการให้บริการในแต่ละชุดบริการ ( Protocol )  ตามแนวทางของสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะ แห่งประเทศไทย
            4.2.7  จัดเตรียมระบบในการส่งข้อมูลต่าง ๆ  ตามที่  สปสช. กำหนดเพื่อประกอบการขอรับการชดเชยหรือ สนับสนุนค่าบริการ
            4.2.8  จัดให้มีคณะกรรมการทำหน้าที่คัดกรองเบื้องต้นผู้ป่วยเปลี่ยนหัวใจและปลูกถ่ายตับ
                  
          4.3   รายชื่อหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียน เป็นหน่วยบริการที่มีศักยภาพ และได้แสดงความจำนงให้บริการ ดังนี้
          4.3.1  หน่วยบริการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
                    1) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์     กรุงเทพมหานคร
                    2) โรงพยาบาลศิริราช     กรุงเทพมหานคร
                    3) โรงพยาบาลราชวิถี     กรุงเทพมหานคร

                    4) โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่     จังหวัดเชียงใหม่ (เริ่ม 15 มีค.60)

4.3.2  หน่วยบริการผ่าตัดปลูกถ่ายตับในเด็ก
          1) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์     กรุงเทพมหานคร
          2) โรงพยาบาลศิริราช     กรุงเทพมหานคร
          3) โรงพยาบาลรามาธิบดี     กรุงเทพมหานคร
          4) โรงพยาบาลราชวิถี     กรุงเทพมหานคร
          5) โรงพยาบาลศรีนครินทร์      จังหวัดขอนแก่น
          6) โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่     จังหวัดเชียงใหม่

          4.4   การลงทะเบียนผู้ป่วย
          4.4.1  ผู้มีสิทธิ  หมายถึง  ผู้ป่วยที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมทั้ง สิทธิว่าง และผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการตามประกาศ ส่วนผู้บริจาค (Donor) อาจเป็นผู้มีสิทธิอื่นได้
          4.4.2  การลงทะเบียนผู้ป่วยให้หน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการลงทะเบียน ส่งแบบฟอร์มลงทะเบียนผู้ป่วย ตามที่ สปสช.กำหนด เพื่อขอรับการพิจารณาและลงทะเบียน  ทั้งนี้หน่วยบริการจะต้องตรวจสอบสิทธิก่อนการให้บริการทุกครั้ง ณ วันที่ผู้ป่วยรับบริการเป็นผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

          4.5   การจัดสรรอวัยวะ (Organ allocation)
          ให้เป็นไปตามประกาศของศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เรื่อง เกณฑ์การจัดสรรอวัยวะ

          4.6    แนวทางการผ่าตัด และ การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
          ให้เป็นไปตามแนวทางการรักษาของสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย

 5. แนวทางการสนับสนุน/หลักเกณฑ์การจัดสรร

       5.1 ค่าใช้จ่ายในการให้บริการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ และผ่าตัดปลูกถ่ายตับในเด็ก
       สปสช. จะให้การสนับสนุนให้บริการผ่าตัดแก่หน่วยบริการ ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดเตรียมก่อนการผ่าตัด การผ่าตัด กรณีมีภาวะแทรกซ้อน  และการดูแลหลังผ่าตัด โดยการสนับสนุนเป็นไปตามแบบแผนการรักษา ( Protocol ) ตามที่สมาคม ปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทยเสนอ โดย Protocol ดังกล่าว มีการจำแนกย่อยและมีค่าใช้จ่ายที่จ่ายในลักษณะเหมาตาม Protocol รายละเอียดประกาศฯ
       สำหรับ งวดการจ่ายเงิน สปสช.จะจ่ายชดเชยให้ตาม Protocol  ที่มีการให้บริการจริงโดยจะชดเชยให้หลังจากที่ หน่วยบริการได้ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ/ปลูกถ่ายตับให้ผู้ป่วยแล้ว

       5.2  การสนับสนุนค่ายากดภูมิคุ้มกัน
       เกณฑ์การให้ยากดภูมิคุ้มภายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ และภายหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้ป่วยรายเก่า และ
รายใหม่ก่อนและตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 เป็นต้นไป ต้องเป็นไปตามแนวทาง ของสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย   ทั้งนี้ อัตราที่จ่ายนี้ครอบคลุมการตรวจรักษาเพื่อติดตามผลหลังการผ่าตัด การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจปัสสาวะ การตรวจระดับยากดภูมิคุ้มกัน โดยแบ่งตามระยะเวลาหลังผ่าตัด รายละเอียดตามประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
       งวดการจ่ายค่ายากดภูมิคุ้มกัน จะจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนต่อเนื่องจนกระทั่งผู้ป่วยเสียชีวิต หรือผู้ป่วยเปลี่ยนสิทธิ
รักษาพยาบาลเป็นสิทธิอื่น ที่ไม่ใช่สิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

 6. การส่งเอกสารหลักฐานเพื่อขอรับค่าใช้จ่าย

            6.1)   ให้หน่วยบริการที่ร่วมโครงการบันทึกในโปรแกรม DMIS_HT หรือ DMIS_LT ในกรณีที่มีการปรับเปลี่ยน Protocol หรือเสียชีวิต ระหว่างผ่าตัด หรืออื่นๆ สปสช.อาจขอสำเนาเวชระเบียนฉบับสมบูรณ์มาเพื่อประกอบการพิจารณาจ่ายชดเชยได้
            6.2)   กรณีให้บริการผู้ป่วยที่มีโรคแทรกซ้อน(Complication) ร่วมด้วย ให้หน่วยบริการบันทึกข้อมูลในโปรแกรมผู้ป่วยใน E-Claim เพื่อขอรับค่าใช้จ่ายตามระบบ DRGs
            6.3)   การกำหนดรอบข้อมูลและการออกรายงานการจ่ายชดเชยค่าบริการ
                  6.3.1) กำหนดวันในการส่งข้อมูลแจ้งหนี้ให้ สปสช. คือ 30 วันภายหลังจากวันที่ให้บริการ
  
                   1) ส่งช้ากว่าวันที่กำหนดไม่เกิน 30 วัน จ่ายชดเชยการบริการในอัตรา ร้อยละ 95 ของอัตราที่จ่ายให้ของข้อมูลที่มีการแจ้งหนี้ภายในวันที่กำหนด
                      2) ส่งช้ากว่าวันที่กำหนดไม่เกิน 60 วัน จ่ายชดเชยการบริการในอัตรา ร้อยละ 90 ของอัตราที่จ่ายให้ของข้อมูลที่มีการแจ้งหนี้ภายในวันที่กำหนด
                      3) ส่งช้ากว่าวันที่กำหนดไม่เกิน 330 วัน จ่ายชดเชยการบริการในอัตรา ร้อยละ 80 ของอัตราที่จ่ายให้ของข้อมูลที่มีการแจ้งหนี้ภายในวันที่กำหนด
                  6.3.2) กำหนดวันปิดรับข้อมูลการแจ้งหนี้ จะสิ้นสุดการแจ้งหนี้ (ส่งเบิก) ภายใน 360 วัน นับจากวันที่ให้บริการ
เช่น ผู้ป่วยที่ให้บริการในเดือนตุลาคม 2559 จะปิดรับการแจ้งหนี้ในวันที่ 30 ตุลาคม 2560 ทั้งนี้ ข้อมูลที่ส่งหลังจากที่กำหนด ถือว่าหน่วยบริการไม่ประสงค์จะขอรับค่าใช้จ่าย

 7. การอุทธรณ์

       กรณีที่หน่วยบริการ เห็นว่าการจ่ายชดเชยของ สปสช. ไม่ถูกต้องตามประกาศนี้ สามารถอุทธรณ์ มายัง สปสช.ได้ ภายใน 30  วัน หลังรับรายงานการโอนเงินทาง www.nhso.go.th/acc หากหลังจากที่กำหนดแล้ว ถือว่าหน่วยบริการไม่ประสงค์จะอุทธรณ์ขอรับค่าใช้จ่าย หากหน่วยบริการที่ได้ให้บริการนอกเหนือจากแนวทางที่ปฏิบัติที่กำหนดใน Protocol สามารถส่งหลักฐาน คือ สำเนาเวชระเบียนฉบับสมบูรณ์มาขออุทธรณ์ได้ที่ สปสช.ได้ ทั้งนี้ผลการอุทธรณ์ให้ถือตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด


----------------------------
 ประกาศ แนวทางการให้บริการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ตับในเด็ก และเกณฑ์มาตรฐานหน่วยบริการฯ ปี 2559
-----------------------
-----

 


   
CopyRight © National Health Security Office
webmaster : กัญจนา รัตนะ e-mail :: kanchana.r@nhso.go.th