LogIn เข้าสู่ระบบ

Username
Password

ขอรับ username / password โปรดระบุ
ชื่อ-นามสกุล รหัสหน่วยบริการ
เลขบัตรประชาชน

ได้ที่ e-mail : กัญจนา รัตนะ kanchana.r@nhso.go.th


ความรู้เรื่องโรคไตวาย
การบริหารกองทุนโรคไตวาย
Monitor & Evaluation
LINK ตัวชีวัด HDC
LINK
 
 
Visitor 63590
การสนับสนุนยา Eythropoietin ปี 2561


 ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่มีสิทธิรับบริการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง (CAPD) และฟอก
เลือดด้วยเครื่องไตเทียม(HD) และผู้ป่วยรายใหม่ที่รับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหลังวันที่ 1 ตุลาคม
2551 และไม่ประสงค์จะรับบริการล้างไตผ่านทางช่องท้อง ตามหลักเกณฑ์ที่ สปสช. กำหนด มีสิทธิได้รับยา
ตามความจำเป็น และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ตามตาราง


          ตารางแสดงเงื่อนไขและรายการสนับสนุนยา Erythropoietin

ชื่อยา
ขนาด
( ยูนิต )
ระดับ  Hct <= 30%
เบิกได้ตามจริงและไม่เกิน
ระดับ  Hct > 30 %
เบิกได้ตามจริงและไม่เกิน
  Epiao
4,000
8  ครั้งต่อเดือน
4  ครั้งต่อเดือน
  Eporon
4,000
8   ครั้งต่อเดือน
4   ครั้งต่อเดือน
  Renogen
4,000
8   ครั้งต่อเดือน
4   ครั้งต่อเดือน
  Hema-plus
4,000
8  ครั้งต่อเดือน
4  ครั้งต่อเดือน
  Espogen
4,000
8  ครั้งต่อเดือน
4   ครั้งต่อเดือน
  Hypercrit
4,000
8  ครั้งต่อเดือน
4   ครั้งต่อเดือน
  Epokine
4,000
8  ครั้งต่อเดือน
4   ครั้งต่อเดือน
         หมายเหตุ รายการยาอาจมีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างปีตามสถานการณ์ทางการตลาด และคุณสมบัติของยาที่มีผลต่อจัดหา หรืออาจมีการปรับเปลี่ยนการชดเชยเป็นเงินค่ายาตามราคาที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

วิธีปฏิบัติในการให้ยา Erythropoietin

     1. ให้หน่วยบริการ/สถานบริการที่ร่วมให้บริการ CAPD และ HD มีสิทธิเบิกยา Erythropoietin ที่ใช้บริการผู้ป่วย ตามหลักเกณฑ์ที่ สปสช. กำหนด โดยเบิกยาและส่งข้อมูลผ่านระบบ ตามที่ สปสช. กำหนดทุกเดือน
     2. หน่วยบริการ/สถานบริการที่ให้ยา Erythropoietin ชื่อทางการค้าชื่อใดชื่อหนึ่ง ควร
ใช้ยาชื่อนั้นต่อเนื่องกันอย่างน้อย 1 ปี ยกเว้นมีเหตุจำเป็นทางการแพทย์ก็สามารถเปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่น
หรือที่มีชื่ออื่นได้ โดยให้หน่วยบริการ/สถานบริการทำหนังสือชี้แจงเหตุผลในการเปลี่ยนยาให้ สปสช. ทราบ
รวมทั้งต้องติดตามระดับ Hematocrit (Hct) ทุก 4 สัปดาห์ในผู้ป่วย HD และ ทุก 8 สัปดาห์ ในผู้ป่วย CAPD
เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการให้ยาผู้ป่วย
     3. กรณีผู้ป่วย HD จะต้องลงนามผู้ให้ยาพร้อมทั้งติดสติกเกอร์กำกับลงในใบ HemoSheet
ทุกครั้งหากไม่ดำเนินการ สปสช.อาจพิจารณาเรียกคืนยาหรือเงินชดเชยได้ และกรณีหาก สปสช.ตรวจสอบ
แล้วพบว่าระดับ Hct. ที่ตรวจได้ไม่ตรงกับข้อมูลที่หน่วยบริการ/สถานบริการบันทึกเบิกกับ สปสช. อาจพิจารณา
เรียกคืนยาหรือเงินชดเชยได้
     4.
การให้ยา Erythropoietin ต้องให้โดยบุคลากรทางการแพทย์ของหน่วยบริการ หรือ
สถานบริการโดยตรง สำหรับผู้ป่วย CAPD อาจให้ที่หน่วยบริการปฐมภูมิที่เป็นเครือข่ายที่อยู่ใกล้บ้านได้โดย
จะต้องส่งยาด้วยระบบ Cold chain และมีใบส่งตัวผู้ป่วย สำหรับผู้ป่วยที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจะได้
รับยาเมื่อมารับบริการฟอกเลือดในหน่วย HD โดยไม่ให้ผู้ป่วยนำยาไปฉีดเองที่บ้าน

เงื่อนไขการจ่ายชดเชย
    
     1. ผู้ที่มีสิทธิรับยา เป็นผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่ง
ชาติที่มีสิทธิล้างไตทางช่องท้อง CAPD ผู้ป่วยมีสิทธิฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม HD และผู้ป่วยฟอกเลือดด้วย
เครื่องไตเทียมรายใหม่ ที่รับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2551 และไม่ประสงค์จะ
รับบริการล้างไตผ่านทางช่องท้อง (ผู้ป่วยที่จ่ายค่าฟอกเลือดเอง)
     2.สปสช. จะจ่ายชดเชยยาให้หน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการ CAPD และ
หน่วยบริการ/สถานบริการ ที่มีสัญญาให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

     3. หน่วยบริการ/สถานบริการ ที่ให้ยาแก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย มีสิทธิเบิกยาได้
ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
     4.การประมวลข้อมูลเพื่อชดเชยยา Erythropoietin จะดูจากผล Hct ขนาดยา และชื่อ
ยาที่ใช้กับผู้ป่วย รายละเอียดการคำนวณจำนวนยาสำหรับหน่วยบริการ CAPD และ หน่วยบริการ/สถานบริการ
HD จะใช้วิธีการคำนวณแบบเดียวกัน

     5. ค่า Hematocrit (Hct) ที่ใช้ในเป็นเกณฑ์ คือค่า Hct ต่ำสุดของเดือนในกรณีที่หน่วย
บริการไม่ได้ตรวจในครั้งใด ก็จะใช้ค่า Hct ที่หน่วยบริการนั้นตรวจให้แก่ผู้ป่วยในครั้งก่อนแต่ไม่เกิน 28 วันใน
ผู้ป่วย HD และไม่เกิน 60 วัน ในกรณีผู้ป่วย CAPD
     6.รอบบัญชีที่ใช้ในการคำนวณคือ 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันสิ้นเดือนของ
แต่ละเดือน สปสช. จะชดเชยยาให้แก่หน่วยบริการ/สถานบริการ เดือนละ 1 ครั้ง

การส่งข้อมูลเพื่อขอรับการสนับสนุน และชดเชยค่าใช้จ่ายในการบริการ
    
     (1) การบันทึกข้อมูลการให้ยา Erythropoietin
     
     (1.1) หน่วยบริการ CAPD
               1) บันทึกข้อมูลการให้ยา Erythropoietin ในโปรแกรม DMIS_CAPD โดย
บันทึกข้อมูลหลังจากให้บริการแก่ผู้ป่วยทุกเดือน และ สปสช. จะตัดข้อมูลการบริการของเดือนที่ผ่านมา ใน
วันที่ 15 ของเดือนถัดไป

               2) สปสช. จะประมวลข้อมูลและคำนวณเพื่อชดเชยยา Erythropoietin ตาม
แนวทางที่ สปสช. กำหนด ซึ่งยาจะส่งถึงหน่วยบริการหลังจากตัดข้อมูลประมาณ 10 วัน

               3) หน่วยบริการสามารถตรวจสอบข้อมูลการได้รับชดเชยยา หรือ Erythropoietin
Usage Report (EUR) ได้ที่ Web site DMIS_CAPD

     
     (1.2) หน่วยบริการ/สถานบริการ HD
               1) บันทึกข้อมูลการให้ยา Erythropoietin ในโปรแกรมฟอกเลือด ที่พัฒนา
โดยสำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพ (สกส.)

               2) หน่วยบริการ/สถานบริการ ส่งข้อมูลการรักษาได้ทุกวัน สกส.จะตรวจสอบ
ข้อมูล และส่งเอกสารตอบรับรายวัน (REP) ให้หน่วยบริการ/สถานบริการรับทราบในวันทำการถัดไป

               3) สกส. จะตัดข้อมูลการบริการของรอบเดือนที่ผ่านมาในวันที่ 15 ของเดือน
ถัดไป และจะประมวลผลเพื่อส่งยาให้หน่วยบริการ/สถานบริการ ซึ่งยาจะส่งถึงหน่วยบริการหลังจากตัดข้อมูล
ประมาณ 10 วัน

               4) สกส.จะส่งรายงานสรุปยอดรวมการให้ยา Erythropoietin (EUR) ให้หน่วย
บริการเดือนละ 1 ครั้ง

     (2) การกำหนดรอบข้อมูล และการออกรายงาน
     การชดเชยยา Erythropoietin แก่หน่วยบริการ/สถานบริการ หลังได้รับข้อมูลจาก
สกส. โดย สปสช. จะดำเนินการจัดส่งยาให้หน่วยบริการ/สถานบริการประมาณ 10 วัน หลังตัดข้อมูล
ทั้งนี้ รายละเอียดการสนับสนุนต่างๆ เป็นไปตามประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติ เรื่องแนวปฏิบัติการสนับสนุนและให้ยา Erythropoietin แก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย พ.ศ.
2560

 

-----------------------
 คู่มือบริหารงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2560 การบริหารงบบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง
-----------------------


 


   
CopyRight © National Health Security Office
webmaster : กัญจนา รัตนะ e-mail :: kanchana.r@nhso.go.th