LogIn เข้าสู่ระบบ

Username
Password

ขอรับ username / password โปรดระบุ
ชื่อ-นามสกุล รหัสหน่วยบริการ
เลขบัตรประชาชน

ได้ที่ e-mail : กัญจนา รัตนะ kanchana.r@nhso.go.th


ความรู้เรื่องโรคไตวาย
การบริหารกองทุนโรคไตวาย
Monitor & Evaluation
ตรวจสอบผู้มีสิทธิ
LINK ตัวชีวัด HDC
LINK
 
 

นายแพทย์ปานเทพ คณานุรักษ์
ผู้อำนวยการสำนัก
สำนักสนับสนุนระบบบริการทุติยภูมิและตติยภูมิ
E-mail :
panthep.k@nhso.go.th

 
Visitor 30731
 
 
 
 
 
การบริหารค่าใช้จ่ายบริการผู้ป่วยไตวายเรื้้อรัง 2562

 

....ตามที่ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2550 อนุมัติให้ขยายบริการทดแทนไตสำหรับผู้ป่วยไต วายเรื้อรังระยะสุดท้าย ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เห็นชอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้บริการบำบัดทดแทนไตสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ภายใต้ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่ 1 มกราคม 2551เป็นต้นไป
....ในปีงบประมาณ 2562 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้บริหารจัดการงบบริการผู้ป่วย โรคไตวายเรื้อรัง ครอบคลุมการให้บริการบำบัดทดแทนไต ได้แก่ การล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง (CAPD) การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) การผ่าตัดปลูกถ่ายไต (KT) และการให้ยากดภูมิคุ้มกันหลังการ ปลูกถ่ายไต โดยเริ่มต้นการบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง (CAPD) ในผู้ป่วย ที่ไม่มีข้อห้ามทุกราย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม

ก.วัตถุประสงค์

1. ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายได้รับบริการบำบัดทดแทนไตที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐานตามความ จำเป็นด้านสุขภาพ
2. ป้องกันการเกิดภาวะล้มละลายของผู้ป่วยและครอบครัวจากค่าใช้จ่ายในการรับบริการบำบัด ทดแทนไต
3. ส่งเสริมสนับสนุนให้มีกลไกการบริหารจัดการที่มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จัดระบบบริการและดูแล ผู้ป่วยโรคไตเสื่อมให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล

ข.วงเงินที่ได้รับ

งบบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง เป็นงบประมาณที่ได้รับเป็นการเฉพาะแยกจากงบบริการทางการแพทย์ เหมาจ่ายรายหัว โดยในปีงบประมาณ 2562 จัดสรรเป็นงบประมาณเพื่อการบริการบำบัดทดแทนไต ดังนี้

ทั้งนี้ ให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถเกลี่ยงบประมาณปี 2562 ระหว่างประเภทบริการ ได้ตามศักยภาพของระบบบริการ

ค.แนวทาง เงื่อนไข และหลักเกณฑ์การจ่ายค่าใช้จ่าย

แนวทางการรับยาและอุปกรณ์ กรณีรายการที่กำหนดอยู่ในแผนและวงเงินการจัดหาฯ ให้หน่วยบริการได้ รับจากเครือข่ายด้านยาและเวชภัณฑ์ ยกเว้นหน่วยบริการที่ไม่อยู่ในเครือข่ายหน่วยบริการด้านยาและเวชภัณฑ์ ได้รับเป็นค่าชดเชยค่ายาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามอัตราจ่ายที่ สปสช. กำหนด

1. บริการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง (Continuous Ambulatory Peritoneal Dialysis:CAPD) ครอบคลุมค่าใช้จ่ายการบริการล้างไตทางช่องท้อง การผ่าตัดวางสายล้างช่องท้อง การนัดและดูแลรักษา ผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุน น้ำยาล้างไตทางช่องท้อง พร้อมอุปกรณ์ การให้ยาพื้นฐาน ยากระตุ้น การสร้างเม็ดเลือดแดง ยารักษาโรคอื่นที่จำเป็นและการรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการใช้บริการล้างไตทางช่องท้องต่อเนื่องโดยตรงเฉพาะกรณีใช้บริการแบบผู้ป่วยนอก (สำหรับกรณีบริการแบบผู้ป่วยในใช้ค่าใช้จ่ายบริการ ผู้ป่วยในทั่วไป) ตามแนวเวชปฏิบัติ ที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยกำหนด โดยมีแนวทางบริหาร จัดการดังนี้

1.1. สนับสนุนให้ผู้ป่วยได้รับบริการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง (CAPD) เป็นบริการแรกสำหรับการทดแทนไตที่ให้กับผู้ป่วยที่ไม่มีข้อห้ามทุกราย เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่องจึงได้กำหนดแผนพัฒนาระบบ บริการ CAPD ในปี 2562 ดังนี้

1.1.1. สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพหน่วยบริการล้างไตทางช่องท้อง CAPD หน่วยเดิม ต่อเนื่องและขยายหน่วยบริการใหม่ที่มีความพร้อม เพื่อให้มีหน่วยบริการ CAPD ที่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้เพียงพอ
1.1.2. สนับสนุนให้มี Regional Renal Replacement Therapy Center (RRRTC) เพื่อกำกับดูแลหน่วยบริการในการให้้บริการ CAPD ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ สปสช.กำหนด
1.1.3. สนับสนุนคณะกรรมการเพื่อสนับสนุนผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติให้เข้าถึงการบริการบำบัดทดแทนไตระดับเขต ให้มีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการเครือข่ายหน่วยบริการ ควบคุมคุณภาพ และประเมินผลการให้บริการ CAPD ในพื้นที่
1.1.4. สนับสนุนให้มีการประเมินผลการดำเนินงานหน่วยบริการ CAPD รวมทั้งงานวิชาการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1.1.5. สนับสนุนให้มีการพัฒนาข้อเสนอทางเลือกสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังแบบองค์รวมชนิดไม่รับการ
บำบัดทดแทนไต
1.1.6. ปีงบประมาณ 2562 ให้มีการนำร่องโครงการความร่วมมือการจัดบริการล้างไตทางช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ (Automated Peritoneal Dialysis : APD) สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ให้มีการติดตามประเมินการนำร่องก่อนเริ่มขยายผลในระยะต่อไป

1.2. การบริหารจัดการบริการ CAPD เป็นการดำเนินงานในลักษณะการบริหารจัดการโรคเฉพาะ จึงต้องมีการดำเนินงานเพื่อขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ ลงทะเบียนผู้ป่วย และการชดเชยค่าบริการ เป็นไปตามที่ สปสช. กำหนด หรือที่มีประกาศเพิ่มเติม

 

2. บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis: HD) สำหรับผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายรายเก่าที่รับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2551 และไม่ประสงค์จะเปลี่ยนมารับบริการล้างไตทางช่องท้อง และการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมตามเงื่อนไขสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายรายใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2551 ที่ไม่สามารถใช้บริการล้างไตทางช่องท้อง โดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ค่าการเตรียมเส้นเลือด การให้ยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง (Erythropoietin) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หรือมีประกาศเพิ่มเติม รวมถึงการรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นขณะฟอกเลือดโดยเฉพาะกรณีใช้บริการแบบผู้ป่วยนอก (สำหรับกรณีบริการแบบผู้ป่วยในใช้ค่าใช้จ่ายบริการผู้ป่วยในทั่วไป) ตามแนวเวชปฏิบัติที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยกำหนด โดยมีแนวทางการบริหารจัดการดังนี้

2.1. แม้ว่าการให้บริการบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีการล้างไตทางช่องท้อง CAPD แก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ถือเป็นนโยบายหลักในการจัดบริการบำบัดทดแทนไต แต่ก็มีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายจำนวนหนึ่งที่มีข้อห้ามบริการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง (CAPD) มีความจำเป็นต้องใช้บริการฟอกเลือด (Hemodialysis: HD) เป็นบริการแรก เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง จึงได้กำหนดแผนพัฒนาระบบบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยมีเป้าหมายในปี 2562 จะให้การสนับสนุนการพัฒนา และควบคุมคุณภาพมาตรฐานการให้บริการมากขึ้น

2.2. การบริหารจัดการบริการ HD ดำเนินงานในลักษณะการบริหารจัดการโรคเฉพาะจึงต้องมีการดำเนินงานเพื่อขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ ลงทะเบียนผู้ป่วย และการจ่ายชดเชยค่าบริการ เป็นไปตามที่ สปสช.กำหนด หรือที่มีประกาศเพิ่มเติม

2.3. หลักเกณฑ์การสนับสนุนในรูปแบบของยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์

3. บริการบำบัดทดแทนไตด้วยการปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation: KT) ครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับบริการผู้บริจาคไตและผู้รับบริจาคโดยเป็นค่าเตรียมการผู้บริจาค ค่าเตรียมการผู้รับบริจาค ค่าผ่าตัดผู้บริจาคและผู้รับบริจาคค่าบริการกรณีมีภาวะแทรกซ้อน รวมถึง ค่ายากดภูมิคุ้มกันหลังการผ่าตัด และการติดตามผลภายหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายไต ตามแนวทางเวชปฏิบัติที่สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทยกำหนด โดยมีแนวทางการบริหารจัดการดังนี้ี้

3.1. การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation: KT) เป็นเป้าหมายหลักสำหรับการจัดบริการบำบัดทดแทนไตแก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายของประเทศไทย เนื่องจากเป็นวิธีการที่จะทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตและทำงานได้ดีที่สุด การผ่าตัดปลูกถ่ายไตเป็นการรักษาพยาบาลที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และไม่เพียงต้องการความรู้ความชำนาญของทีมงานในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังต้องการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การเตรียมการจัดหาอวัยวะที่จะปลูกถ่าย การจัดเตรียมความพร้อมของผู้บริจาคหรืออวัยวะที่บริจาค การเตรียมความพร้อมของผู้รับบริการ จนถึงภายหลังจากการปลูกถ่ายไตแล้วก็ยังต้องมีการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต เพื่อลดผลจากภาวะภูมิคุ้มกันที่มีต่ออวัยวะที่ปลูกถ่าย

3.2. การบริหารจัดการบริการ KT เป็นการดำเนินงานในลักษณะการบริหารจัดการโรคเฉพาะจึงต้องมีการดำเนินงานเพื่อขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ ลงทะเบียนผู้ป่วย และจ่ายชดเชยค่าบริการ ที่ สปสช.กำหนด หรือมีประกาศเพิ่มเติม

3.3. หลักเกณฑ์การสนับสนุนและจ่ายชดเชยค่าบริการ

3.3.1. ค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

3.3.2. ค่าใช้จ่ายระหว่างผ่าตัด แยกเป็นประภท ดังนี้
1) อัตราจ่ายกรณีไม่มีภาวะแทรกซ้อน

2) อัตราจ่ายกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนโดยตรงจากการผ่าตัดปลูกถ่ายไต

4. บริการยากดภูมิคุ้มกันภายหลังการปลูกถ่ายไต

4.1. เพื่อสนับสนุนให้ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไต ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง สำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติจึงได้จัดระบบการสนับสนุนการให้ยากดภูมิคุ้มกันหลังการปลูกถ่ายไต (Immunosuppressive drug) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้ป่วยและหน่วยบริการที่ร่วมโครงการ

4.2. การบริหารจัดการ

4.2.1. การรับยากดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressive drug) ภายหลังการทำปลูกถ่ายไต โดย เกณฑ์การให้ยากดภูมิคุ้มกันต้องเป็นไปตามแนวทางของสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ยา กดภูมิคุ้มกันต้องเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติเท่านั้น

4.2.2. การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ การลงทะเบียนผู้ป่วย และการจ่ายชดเชยค่าบริการ เป็นไป ตามที่ สปสช. กำหนด หรือที่มีประกาศเพิ่มเติม

4.3. หลักเกณฑ์การสนับสนุนและจ่ายชดเชยค่าบริการ

4.3.1. อัตราการชดเชย

5. การสนับสนุนยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง (Erythropoietin) ครอบคลุมการให้ยากระตุ้น การสร้างเม็ดเลือดแดง (Erythropoietin) สำหรับผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมรายใหม่ ที่รับบริการ ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2551 เป็นต้นไป และไม่ประสงค์จะรับบริการล้างไตทางช่องท้อง ให้ดำเนินการตามที่ สปสช. กำหนด หรือที่มีประกาศเพิ่มเติม

ง.การกำกับติดตามและประเมินผลการจ่าย

ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานบริหารงบบริการผู้ป่วยไตวายเรื้องรัง ปีงบประมาณ 2562 ดังนี้

1. ด้านการเข้าถึงบริการ
1.1. อัตราการเข้าถึงบริการบำบัดทดแทนไตเทียบกับอัตราความชุกของการเกิดโรค
1.2. อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยปลูกถ่ายไต

2. ด้านคุณภาพบริการ
2.1. อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย CAPD ในระยะเวลา 12 เดือนหลังเริ่มต้นรับการรักษา
2.2. อัตราการเกิดการติดเชื้อที่เยื่อบุช่องท้องโดยเฉลี่ยของผู้ป่วย CAPD
2.3. ร้อยละของผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) ที่มีค่าเฉลี่ยของระดับฮีโมโกลบิน
ต่ำกว่า 10 กรัมต่อเดซิลิตร

 

 

 

 


   
CopyRight © National Health Security Office
webmaster : กัญจนา รัตนะ e-mail :: kanchana.r@nhso.go.th