ความรู้ในการบริหารโครงการ KT
 

    การจัดบริการยากดภูมิคุ้มกัน ภายหลังการปลูกถ่ายไต ปี 2560

1. หลักการและเหตุผล

   เพื่อสนับสนุนให้ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายไต ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง สปสช.จึงได้จัดระบบการสนับสนุน การให้ยากดภูมิคุ้มกัน
หลังการปลูกถ่ายไต   (Immunosuppression drug ) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้ป่วยและหน่วยบริการที่ร่วม
โครงการฯ   ด้วยแนวทางการสนับสนุนดังนี้


 
2. วัตถุประสงค์

   2.1 เพื่อให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ได้รับบำบัดทดแทนไตด้วยการผ่าตัดปลูกถ่ายไตได้ เข้าถึงยากดภูมิคุ้มกัน
   2.2 เพื่อให้ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตได้รับการดูแลรักษาที่มีคุณภาพมาตรฐานมีคุณภาพชีวิตและได้ผลลัพธ์สุขภาพที่ดีสามารถ กลับมาใช้ชีวิตและทำงานได้ตามปกติ

3. การบริหารงบประมาณ

เป้าหมาย :  ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตทั้งรายเก่า (ผ่าตัดก่อน 1 ตุลาคม 2551 ) และ รายใหม่ ( ผ่าตัดหลัง 1 ตุลาคม 2551 )
ระยะเวลาในการดำเนินการ :   ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 จนถึง วันที่ 30 กันยายน 2560

4. การบริหารจัดการ

   การรับยากดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressive drug) ภายหลังทำการปลูกถ่ายไต โดยเกณฑ์การให้ยากดภูมิคุ้มกันต้องเป็นไปตาม
แนวทางของสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ยากดภูมิคุ้มกันต้องเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติเท่านั้น

        4.1 การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ

       หน่วยบริการที่จะดำเนินการให้บริการจ่ายยากดภูมิคุ้มกัน ต้องแสดงความจำนงเข้าร่วมบริการโดยต้องเป็นหน่วยที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของ
ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยและสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย ซึ่ง สปสช.จะดำเนินการตรวจรับรองและขึ้นทะเบียน
โดยจะมีการประเมินความพร้อมให้บริการทุกปี ตามหลักเกณฑ์ ที่ สปสช. กำหนด
       4.1.1 ขณะนี้มี จำนวน 22 แห่ง ดังนี้
        1. โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช      กรุงเทพมหานคร
        2. โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า       กรุงเทพมหานคร
        3. โรงพยาบาลรามาธิบดี       กรุงเทพมหานคร
        4. โรงพยาบาลราชวิถี       กรุงเทพมหานคร
        5. โรงพยาบาลศิริราช       กรุงเทพมหานคร
        6. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์       กรุงเทพมหานคร
        7. คณะแพทย์ศาสตรวชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กรุงเทพมหานคร 
        8. โรงพยาบาลขอนแก่น       จังหวัดขอนแก่น
        9. โรงพยาบาลศรีนครินทร์       จังหวัดขอนแก่น
        10. โรงพยาบาลชลบุรีิ        จังหวัดชลบุรี
        11. โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่        จังหวัดเชียงใหม่
        12. โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา        จังหวัดนครราชสีมา
        13. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ        จังหวัดปทุมธานี
        14. โรงพยาบาลพุทธชินราช        จังหวัดพิษณุโลก
        15. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร        จังหวัดพิษณุโลก
        16. โรงพยาบาลระยอง        จังหวัดระยอง      
        17. โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ิ        จังหวัดสงขลา
        18. โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีิ        จังหวัดสุราษฎร์ธานี
        19. โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์       จังหวัดอุบลราชธานี
        20. โรงพยาบาลตำรวจ        จังหวัดสุราษฎร์ธานี
        21. โรงพยาบาลหาดใหญ่      กรุงเทพมหานคร
        22. โรงพยาบาลอุดรธานี      จังหวัดอุดรธานี
        23. โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์      จังหวัดเชียงราย (เพิ่มเติมปี 60)
        24. โรงพยาบาลร้อยเอ็ด      จังหวัดร้อยเอ็ด (เพิ่มเติมปี 60)
        25. โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมมารี      จังหวัดนครนายก (เพิ่มเติมปี 60)

หมายเหตุ : ทั้งนี้หากมีหน่วยบริการเพิ่มเติม สปสช.จะประกาศเพิ่มต่อไป

     4.1.2  หน้าที่ของหน่วยบริการ
      ให้บริการยากดภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยที่หน่วยบริการนั้นได้ผ่าตัดปลูกถ่ายไต ให้หรือผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตมาจาก
หน่วยบริการ/สถานพยาบาลอื่นๆ โดยดำเนินการ ดังนี้
       1) จัดระบบการลงทะเบียนผู้รับบริการรับยากดภูมิคุ้มกันภายหลังปลูกถ่ายไต
       2) จัดให้มีระบบการให้บริการจ่ายยากดภูมิคุ้มกัน ที่มีสถานที่และเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสมและพอเพียงเพื่อบริการผู้ป่วยภายหลังปลูก
ถ่ายไตอย่างต่อเนื่อง
       3) จัดให้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไต หรืออายุรแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยกำหนด และ
มีพยาบาลโรคไตเป็น KT Case Manager
       4) ให้บริการการจ่ายยากดภูมิคุ้มกัน(Immunosuppression)ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
       5) การให้บริการเป็นไปตามเงื่อนไขการจ่าย ตามแนวทางของสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย
       6) จัดเตรียมระบบในการส่งข้อมูลต่างๆ ตามที่ สปสช.กำหนดเพื่อประกอบการขอรับการชดเชยหรือสนับสนุนค่าบริการ

       4.2 การลงทะเบียนผู้ป่วย
       ผู้มีสิทธิ หมายถึง ผู้ป่วยที่มีสิทธิตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รวมถึง สิทธิว่าง เป็นผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไตจาก
หน่วยบริการ สถานบริการต่างๆ ทั้งรายเก่า และรายใหม่
       การลงทะเบียนผู้ป่วย  ให้หน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนผู้ป่วยที่มีสิทธิรับบริการยากดภูมิคุ้มกันภายหลังการปลุกถ่ายไตในโปรแกรม
DMIS_KT เมื่อได้รับการลงทะเบียนแล้ว หน่วยบริการจะตรวจสอบสิทธิก่อนการให้บริการทุกครั้ง โดย ณ วันที่ี่รับบริการรับยากดภูมิคุ้มกันหลังปลูกถ่ายไต ผู้ป่วยจะต้องเป็นผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิว่าง

5. แนวทางการสนับสนุนค่าบริการ

        เกณฑ์การให้ยากดภูมิคุ้มกันภายหลังการปลูกถ่ายไต ต้องเป็นไปตามแนวทางของสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ อัตราที่จ่ายนี้ครอบคลุมการตรวจรักษาเพื่อติดตามผลหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายไต การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจปัสสาวะ การตรวจ ระดับยากดภูมิคุ้มกันด้วย โดยแบ่งตามระยะเวลาหลังปลูกถ่ายไต ดังนี้

เงื่อนไขการรับยา

อัตราการชดเชย (บาท) ต่อเดือน

หลังผ่าตัด 1-6 เดือน

30,000

หลังผ่าตัด 7-12 เดือน

25,000

หลังผ่าตัด 13-24 เดือน

20,000

หลังผ่าตัด 25 เดือนขึ้นไป

15,000

     6. เงื่อนไขการจ่ายชดเชย
    การจ่ายยากดภูมิคุ้มกัน จะจ่ายชดเชยต่อเนื่องจนกระทั่งสิ้นสุดตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาต หรือผู้ป่วยเสียชีวิต

      7. การส่งข้อมูลเพื่อขอรับค่าใช้จ่าย
    ให้หน่วยบริการที่ร่วมโครงการ บันทึกข้อมูลการรักษาและติดตามผลให้ครบถ้วน ในโปรแกรม DMIS_KT โดยหน่วยบริการบันทึกข้อมูลการให้ยาได้ไม่เกิน 1ครั้ง/เดือน
    กำหนดวันในการส่งข้อมูลแจ้งหนี้ให้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คือ 30 วันภายหลังจากวันที่ให้บริการ
                    1) ส่งช้ากว่าวันที่กำหนดไม่เกิน 30 วัน จ่ายชดเชยการบริการในอัตรา ร้อยละ 95 ของอัตราที่จ่ายให้ของข้อมูลที่มีการแจ้งหนี้ภายในวันที่กำหนด
                    2) ส่งช้ากว่าวันที่กำหนดไม่เกิน 60 วัน จ่ายชดเชยการบริการในอัตรา ร้อยละ 90 ของอัตราที่จ่ายให้ของข้อมูลที่มีการแจ้งหนี้ภายในวันที่กำหนด
                    3) ส่งช้ากว่าวันที่กำหนดไม่เกิน 330 วัน จ่ายชดเชยการบริการในอัตรา ร้อยละ 80 ของอัตราที่จ่ายให้ของข้อมูลที่มีการแจ้งหนี้ภายในวันที่กำหนด
    กำหนดวันปิดรับข้อมูลการแจ้งหนี้ จะสิ้นสุดการแจ้งหนี้ (ส่งเบิก) ภายใน 360 วัน นับจากวันที่ให้บริการ เช่น ผู้ป่วยที่ให้บริการในเดือนตุลาคม 2559 จะปิดรับการแจ้งหนี้ในวันที่ 30 ตุลาคม 2560
    ทั้งนี้ ข้อมูลที่ส่งหลังจากที่กำหนด ถือว่าหน่วยบริการไม่ประสงค์จะขอรับค่าใช้จ่าย

      8. การออกรายงานการจ่ายเงิน
    สปสช. กำหนดรอบในการตัดข้อมูลขอรับค่าใช้จ่าย ทุกวันสิ้นเดือจของทุกเดือน และพิจารณาออกรายงานเพื่อขออนุมัติจ่ายเงิน ทุกวันสิ้นเดือนของเดือนถัดไป

      9. การอุทธรณ์
    ให้ดูรายละเอียดในบทที่ 7

 

-----------------------
 Download คู่มือบริหารงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2560 การบริหารงบบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง
-----------------------


 

 


   
CopyRight © National Health Security Office
webmaster : กัญจนา รัตนะ e-mail :: kanchana.r@nhso.go.th มือถือ 0817447105