o
 ความรู้ในการบริหารโครงการ HD

 

 

การจัดบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis :HD) ปี 2560

-------                                            

1. หลักการและเหตุผล

        แม้ว่าการให้บริการบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีการล้างไตทางช่องท้อง CAPD แก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ถือเป็นนโยบายหลักในการจัดบริการบำบัดทดแทนไต แต่ก็มีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย จำนวนหนึ่งที่มีความจำเป็นต้องใช้บริการฟอกเลือด (Hemodialysis; HD) เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง จึงได้กำหนดแผนพัฒนาระบบบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยมีเป้าหมายในปี 2560 จะให้การสนับสนุนการพัฒนาและควบคุมคุณภาพมาตรฐานให้บริการมากขึ้น

2. วัตถุประสงค์
        2.1 เพื่อให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่บำบัดทดแทนไตด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) ได้รับการดูแลรักษาที่มี
คุณภาพ มาตรฐาน มีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้ผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดี
        2.2 เพื่อให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ไม่สามารถรับบริการ CAPD ได้รับบริการทดแทนไต
ด้วยวิธี HD
        2.3 เพื่อเตรียมผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายให้มีความพร้อมจนกว่าจะได้รับบริการปลูกถ่ายไต


3. การบริหารงบประมาณ

        เป้าหมายบริการในปีงบประมาณ 2560 จะชดเชยค่าบริการ กรณีผู้ป่วยรับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) ตามเงื่อนไข ทั้งรายเก่าและรายใหม่
        ระยะเวลาดำเนินการ : วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2560

4. การบริหารจัดการ

   4. 1 การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
        4.1.1 การสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยบริการ HD
        
ในปีงบประมาณ 2560 สนับสนุนให้มีการจัดตั้งหน่วยบริการ HD โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพบริการควบคู่ไปกับการขยาย
หน่วยบริการ HD ให้มีการกระจายอย่างเพียงพอ ตามแผนพัฒนาระบบริการสุขภาพ (Service Plan) ภายใต้ความร่วมมือของคณะกรรมการเพื่อสนับสนุนผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เข้าถึงบริการทดแทนไต ระดับเขต และ สปสช.เขต
        4.1.2
แนวทางการขึ้นทะเบียนและการควบคุมกำกับคุณภาพหน่วยบริการ HD
            คุณสมบัติของหน่วยบริการ/สถานบริการที่ประสงค์ขอขึ้นทะเบียน มีดังนี้
            1) เป็นสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ สภากาชาด หรือสถานพยาบาลตามกฏหมายว่าด้วยสถานพยาบาล ที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร
สถานที่ อุปกรณ์ รวมถึงมีระบบรับส่งต่อผู้ป่วย ตามเกณฑ์ที่กำหนด
            2) ต้องผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยคณะอนุกรรมการตรวจรับรอง
มาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเตื่องไตเทียม (ตรต.) กรณีที่หน่วยบริการ/สถานบริการมีหน่วยไตเทียมมากกว่า 1 หน่วย ต้องได้รับการรับรองจาก ตรต.ครบทุกหน่วยก่อนการขึ้นทะเบียน หากหน่วยไตเทียมใดไม่ผ่านการตรวจรับรองคุณภาพมาตรฐานจะไม่สามารถเข้าร่วมบริการ และขอรับการชดเชยค่าบริการฟอกเลือดและค่าใช้จ่ายอื่นๆ กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้
       หลักฐานประกอบการสมัคร
            (1) สถานบริการภาครัฐทุกสังกัด ประกอบด้วย
                (1.1) สำเนาแบบประเมินตนเองของคณะอนุกรรมการตรวจรับรองมาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (ตรต.)
                (1.2) สำเนาใบรับรองรับรองคุณภาพมาตรฐานการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมโดยคณะอนุกรรมการตรวจรับรองมาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (ตรต.)
            (2) สถานบริการเอกชน ประกอบด้วย
                (2.1) สำเนาแบบประเมินตนเองของคณะอนุกรรมการตรวจรับรองมาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (ตรต.)
                (2.2) สำเนาใบรับรองรับรองคุณภาพมาตรฐานการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมโดยคณะอนุกรรมการตรวจรับรองมาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (ตรต.)
                (2.3) สำเนาใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล
                (2.4) เอกสารหลักฐานการแสดงการเป้นผู้ประกอบการ
                    กรณีเป็นบริษัท ใช้สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งรับรองไม่เกิน 6 เดือน
                    กรณีเป็นมูลนิธิ/สมาคม ใช้สำเนาการจดทะเบียนมูลนิธิ จากนายทะเบียนมูลนิธิประจำจังหวัด
                    กรณีบุคคลธรรมดา ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของกิจการ
       หมายเหตุ กรณีที่สถานบริการ มีหน่วยไตเทียมมากกว่า 1 หน่วย ต้องส่งเอกสารที่ระบุไว้ในข้อ ใช้สำเนา (1) และ  (2) ทุกหน่วย
       ระยะเวลารับสมัคร กำหนดระยะเวลาการรับสมัคร
            การรับสมัครเพื่อการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) กำหนดเป็นรอบ จำนวน 4 รอบต่อปี ตามกำหนดเวลา ดังนี้

รอบที่
ระยะเวลารับสมัคร
ระยะเวลาดำเนินการ สปสช.
ประกาศขึ้นทะเบียน
1
มิถุนายน - สิงหาคม
กันยายน
ตุลาคม
2
กันยายน - พฤศจิกายน
ธันวาคม
มกราคม
3
ธันวาคม - กุมภาพันธ์
มีนาคม
เมษายน
4
มีนาคม - พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฏาคม

           กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน ที่อาจมีผลกระทบต่อการจัดบริการของแต่ละพื้นที่ หรือมีผลกระทบต่อเพิ่มการเข้าถึงและลดปัญหาบริการสาธารณสุขในพื้นที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อาจพิจารณารับสมัครและประกาศขึ้นทะเบียนหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้าน HD ใหม่ที่แตกต่างจากกำหนดเวลาข้างต้นได้

       ขั้นตอนการรับสมัครและขึ้นทะเบียน
       1) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แจ้งรอบระยะเวลาการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้าน HD ประจำปี ให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต รับทราบ โดยผ่านทางช่องทางการประชุม เอกสาร หรือเวปไซต์ โดยแจ้งภายในเดือนกันยายน ของทุกปี
       2) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต ดำเนินการประชาสัมพันธ์ /ชี้แจงแนวทางการขึ้นทะเบียน ให้แก่หน่วยบริการ/สถานบริการในพื้นที่ เพื่อแสดงความจำนงเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้าน HD ผ่านช่องทางการประชุม เอกสาร หรือเวปไซต์ โดยดำเนินการก่อนการตรวจประเมินประจำปี
       3) หน่วยบริการ/สถานบริการ แสดงความจำนงเพื่อเข้าร่วมบริการ ต่อ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต โดยยอมรับเงื่อนไขการชดเชยค่าบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนดทั้งหมด
       4) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต พิจารณาคุณสมบัติหน่วยบริการ/สถานบริการ ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ หากครบถ้วนตามที่กำหนดให้เสนอต่อ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติระดับเขต (อปสช) พิจารณาความจำเป็นในการเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้าน HD ตามบริบทของพื้นที่ในเขต
       5) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต ดำเนินการจัดทำข้อตกลง หรือสัญญา ให้บริการสาธารณสุขตามกิจกรรมบริการกับหน่วยบริการ/สถานบริการ ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาให้เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้าน HD
       6) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต แจ้งขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้าน HD ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามรอบเวลากำหนด มายังสำนักบริหารงานทะเบียน เพื่อรับขึ้นทะเบียนและปรับปรุงฐานข้อมูล
       7) มีการประเมินคุณภาพของการให้บริการ HD เป็นประจำทุกปี โดยใช้แบบประเมินตนเอง ตามแนวทางที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด
       8) กรณีตรวจพบว่าหน่วยไตเทียมใดที่อยู่ภายใต้หน่วยบริการ HD ไม่ได้รับการรับรองหรือหมดอายุการรับรองคุณภาพมาตรฐานการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมของ ตรต. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะชะลอการจ่ายชดเชยและไม่จ่ายชดเชยค่าบริการในช่วงดังกล่าว

       การต่อสัญญาหน่วยบริการ/สถานบริการคู่สัญญาเดิม
       1) หน่วยบริการ HD ที่ใบรับรอง ตรต. ยังไม่หมดอายุภายในปีงบประมาณ ทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน ต้องทำแบบประเมินตนเอง (Self Assessment) เป็นรายหน่วยไตเทียมส่งให้ สปสช.เขต เพื่อใช้ในการกำกับติดตามคุณภาพหน่วยและพิจารณาต่อสัญญาให้บริการเป็นประจำทุกปี หากไม่ดำเนินการตามที่กำหนดสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอาจพิจารณา ยกเลิกสัญญาการให้บริการ
       2) หน่วยไตเทียมที่ใบรับรอง ตรต.หมดอายุภายในปีงบประมาณ 2560 ต้องดำเนินการขอต่ออายุการรับรองจาก ตรต. ก่อนวันหมดอายุอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้มีการรับรองอย่างต่อเนื่อง หากหน่วยไตเทียมหมดอายุการรับรองสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะชะลอการจ่ายชดเชยค่าบริการ ตั้งแต่วันที่หมดอายุ
           2.1) กรณีที่หน่วยไตเทียมขอต่ออายุและได้รับการรับรองจาก ตรต. ภายใน 6 เดือนนับจากวันที่หมดอายุ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะเริ่มจ่ายค่าบริการตั้งแต่วันที่ตรต.รับรองเป็นต้นไป (การบริการในช่วงเวลาที่หน่วยไตเทียมขาดการรับรองจากตรต. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะไม่จ่ายชดเชยค่าบริการ หากตรวจพบว่ามีการจ่ายชดเชยในช่วงเวลาดังกล่าว สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะดำเนินการเรียกเงินคืนในภายหลัง)
           2.2) กรณีที่หน่วยไตเทียมขอต่ออายุการรับรอง แต่ไม่ผ่านการรับรองจาก ตรต. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะไม่จ่ายชดเชยค่าบริการในช่วงที่ได้ชะลอไว้ และพิจารณายกเลิกสัญญาการให้บริการกับหน่วยบริการ HD นั้น
           2.3) กรณีที่หน่วยไตเทียมหมดอายุการรับรอง ตรต.เกิน 6 เดือน นับจากวันที่หมดอายุ และไม่ดำเนินการขอต่ออายุการรับรอง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะพิจารณายกเลิกสัญญาการให้บริการกับหน่วยบริการ HD นั้น และไม่จ่ายค่าชดเชยค่าบริการตั้งแต่วันที่หมดอายุการรับรองเป็นต้นไป
           2.4) กรณีตรวจพบว่าหน่วยไตเทียมดำเนินการไม่เป็นไปตามเกณฑ์การตรวจรับรองมาตรฐานการรักษาจาก ตรต. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อาจชะลอการจ่ายชดเชยค่าบริการ หรือยกเลิกสัญญาการให้บริการแล้วแต่กรณี

       การเปิดหน่วยไตเทียมย่อยหน่วยใหม่ในหน่วยบริการ HD เดิม
       1) หน่วยไตเทียมย่อยหน่วยใหม่ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจาก ตรต.เป็นรายหน่วย กรณีเป็นหน่วยบริการ HD เอกชน ต้องแสดงใบอนุญาตจัดตั้งสถานพยาบาลจากกองประกอบโรคศิลปะด้วย
       2) หน่วยบริการ HD ส่งแบบประเมินตนเองของหน่วยไตเทียมย่อยหน่วยใหม่ที่ สปสช. เขต เพื่อเสนอคณะกรรมการเพื่อสนับสนุนผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เข้าถึงการบริการทดแทนไตระดับเขต พิจารณาความเหมาะสมของการขยายบริการ
       3) กรณีที่คณะกรรมการเพื่อสนับสนุนผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เข้าถึงการบริการทดแทนไตระดับเขต เห็นชอบตามข้อ 2 สปสช. เขตดำเนินการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และแจ้งสำนักบริหารงานทะเบียนทราบ

        4.1.3 หน้าที่ของหน่วยบริการ/สถานบริการ
        1) หน่วยบริการ HD ที่สมัครเข้าร่วมให้บริการ จะต้องให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแก่ผู้ป่วยหลักประกันสุขภาพแห่ง
ชาติ ตามแนวทางการให้บริการที่กำหนด และมีสิทธิได้รับการชดเชยค่าบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนดทั้งหมด
        2) จัดให้มีการลงทะเบียนข้อมูลการรักษาผู้ป่วย HD ที่มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และส่งให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ ตามระบบที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด
        3) จัดให้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไตหรืออายุรแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยกำหนด อย่าง
น้อย 1 คนเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบหน่วยบริการ/สถานบริการ HD และดูแลการบริการให้มีมาตรฐานตามที่กำหนด        
        4)
จัดให้มีพยาบาลที่ผ่านการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต (การฟอกเลือดด้วยเครื่อง
ไตเทียม) อย่างน้อย 1 คนเป็น HD case manager ประจำ ทำหน้าที่บริหารจัดการ ดูแลความพร้อมของสถานที่ เครืองมืออุปกรณ์ จัดให้ผู้ป่วยได้รับบริการตามมาตรฐานและตามสิทธิประโยชน์อย่างเหมาะสม
        5) จัดให้มีบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่มีสถานที่และบุคลากรที่เหมาะสมและพอเพียงตามมาตรฐานที่สมาคมโรคไตแห่ง
ประเทศไทยกำหนด
        6) จัดให้มีการบริการหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น การให้ความรู้ผู้ป่วยและญาติ การเยี่ยมบ้าน การรักษา หรือส่งต่อภาวะแทรกซ้อน
ที่เกิดขึ้น เป็นต้น
        7) จัดส่งข้อมูลและเบิกค่าบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องโดยตรงตามอัตราที่สำนักงานกำหนด ผ่านโปรแกรมบันทึกการเบิกค่าใช้จ่ายของสำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพ (สกส.) หรือโปรแกรมอื่นที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด
        8) อำนวยความสะดวกในการตรวจรับรองมาตรฐานจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย หรือ สปสช.เขต
        9) มีการประเมินผลคุณภาพการให้บริการ HD อย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมคุณภาพบริการตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
กำหนด และสามารถนำมาแสดงได้เมื่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ/สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต ร้องขอ หรือตรวจ
สอบ
        10) จัดเตรียมเวชระเบียนและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรักษา เช่น ใบ Hemo work sheet,ผลตรวจทางห้องปฎิบัติการ,คำสั่งการ
รักษาของแพทย์ โดยสามารถนำมาแสดงเมื่อ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติร้องขอเพื่อต้องการตรวจสอบ
        11) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือที่คณะกรรมการเพื่อสนับสนุนผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เข้าถึงการบริการทดแทนไตระดับเขตกำหนด

        หน่วยบริการ HD มีหน้าที่ให้บริการแก่ผู้ป่วยที่ลงทะเบียนไว้ ตามมาตรฐาน กรณีที่เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างบริการ HD หน่วยบริการ/สถานพยาบาลมีหน้าที่ต้องปฏิบัติในการรักษาภาวะแทรกซ้อนแก่ผู้ป่วยตามมาตรฐานวิชาชีพ จนพ้นภาวะวิกฤติ และส่งต่อไป
ยังหน่วยบริการตามศักยภาพและเครือข่ายที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด โดยจะได้รับค่าใช้จ่ายตามระบบการจ่ายชดเชยค่า
บริการปกติ

   4. 2 การลงทะเบียนผู้ป่วย
        4.2.1 ประเภทผู้ป่วย ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ได้รับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่อง ไตเทียม
(Hemodialysis : HD) แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
        1) ผู้ป่วย HD รายเก่า หมายถึง ผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ได้รับการรักษาด้วยการฟอกเลือดมาก่อนวันที่ 1 ตุลาคม
2551 และหมายรวมถึงผู้ป่วยที่รับสิทธิการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมมาจากระบบประกันสุขภาพอื่นๆ (เช่น สิทธิประกันสังคมและสิทธิ
สวัสดิการข้าราชการ เป็นต้น) ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นผู้ป่วยระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ผู้ป่วยกลุ่มดัง
กล่าวได้รับสิทธิ HD โดยไม่ต้องร่วมจ่าย
        2) ผู้ป่วย HD รายใหม่ หมายถึง ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ว่าไม่สามารถใช้วิธีทดแทนไตผ่านทางช่องท้อง (CAPD) หรือต้องเปลี่ยนจาก CAPD เป็นฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแบบถาวร ตามหลักเกณฑ์หรือข้อบ่งชี้หรือข้อห้ามในข้อ 4.3 และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการเพื่อ
สนับสนุนผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เข้าถึงการบริการทดแทนไตระดับเขต ว่าต้องใช้วิธีฟอก
เลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยไม่ต้องร่วมจ่าย
        ผู้ป่วย HD รายใหม่  ซึ่งไม่สมัครใจเลือกรับบริการทดแทนไตผ่านทางช่องท้อง (CAPD) และไม่ผ่านการพิจารณาเห็นชอบของคณะ
กรรมการเพื่อสนับสนุนผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เข้าถึงการบริการทดแทนไตระดับเขต
เพื่อให้ใช้วิธีฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมตามข้อ 4.3 ผู้ป่วยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฟอกเลือดเอง โดยมีสิทธิได้รับการให้ยากระตุ้น
การสร้างเม็ดเลือดแดงตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด เท่านั้น

   4.3 ข้อบ่งชี้หรือข้อห้ามของการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD)
        กำหนดเงื่อนไขดังต่อไปนี้ เป็นข้อบ่งชี้หรือข้อห้ามของการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไต เทียม (HD) ในระบบหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติ
        4.3.1 ข้อบ่งชี้ของการเปลี่ยน CAPD เป็น HD ไม่เกิน 3 เดือน หลังรักษาแล้วสามารถทำ CAPD ต่อได้ และผู้ป่วยได้รับสิทธิไม่ต้องร่วม
จ่าย ได้แก่
           1) มีการอักเสบของช่องท้องที่รักษาแล้วไม่ดีขึ้น
           2) มีการอักเสบของช่องท้องจากเชื้อรา
           3) มีการอักเสบประจำของแผลหน้าท้องที่วางสาย
           4) มีการอักเสบของสายต่อของท่อในช่องท้อง
           5) มีการอักเสบติดเชื้อภายในช่องท้อง
           6) ได้รับการผ่าตัดอวัยวะในช่องท้อง

        4.3.2 ข้อบ่งชี้ของการเปลี่ยน CAPD เป็น HD และหลังเปลี่ยนเป็น HD ผู้ป่วยได้รับสิทธิไม่ต้องร่วมจ่าย ได้แก่
           1) น้ำยารั่วออกจากช่องท้องประจำไม่สามารถทำ CAPD
           2) เยื่อบุช่องท้องเป็นพังผืดไม่สามารถทำ CAPD
           3) ภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง ไม่สามารถทำ CAPD

        4.3.3 ข้อห้ามสัมพัทธ์ของการทำ CAPD ทำให้ผู้ป่วยมีสิทธิทำ HD ได้โดยไม่ต้องร่วมจ่ายและเมื่อมีข้อห้ามสัมพัทธ์ดังกล่าวสิ้นสุดลง
ผู้ป่วยต้องเปลี่ยนเป็น CAPD จึงจะได้รับสิทธิ
ได้แก่
           1) มีสิ่งแปลกปลอมในช่องท้องมาก่อน เช่น ใส่เส้นเลือดเทียม เป็นต้น
           2) มีไส้เลื่อนที่ยังไม่แก้ไข หรือมีช่องทางติดต่อระหว่างกับอวัยวะภายนอก
           3) อ้วนมาก (BMI>35 กก./ตรม.)
           4) มี recurrent diverticulitis หรือการอักเสบของลำไส้บ่อยๆ
           5) มีการผ่าตัดนำกระเพาะหรือลำไส้ออกมาทางหน้าท้อง
           6) ผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในการทำ CAPD ได้


        4.3.4 ข้อห้ามสมบูรณ์ของการทำ CAPD ทำให้ผู้ป่วยมีสิทธิทำ HD และไม่ต้องร่วมจ่าย ได้แก่
           1) มีรอยโรคบริเวณผิวหนังหน้าท้องที่ไม่สามารถวางสายได้
           2) มีพังผืดภายในช่องท้องไม่สามารถวางสายได้
           3) มีสภาพจิตบกพร่องอย่างรุนแรง ซึ่งอาจกระทบต่อการรักษาด้วยวิธี CAPD ทั้งนี้ สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ได้ให้ความ
เห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพิจารณาหลักเกณฑ์ ข้อบ่งชี้ และข้อห้ามของการล้างไตฯ ในบางประเด็นให้ชัดเจนขึ้น ดังนี้
                3.1) ผู้ป่วยที่มีสติปัญญาบกพร่อง (mental retardation) จัดเป็นผู้ป่วยที่มีสภาพจิตบกพร่องรุนแรง ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อ
การรักษาด้วยวิธี CAPD เป็นข้อห้ามสมบูรณ์ (Absolute Contraindication) สำหรับการล้างไตทางช่องท้อง
                3.2) ภาวะพังผืดในช่องท้องที่เป็นข้อห้ามสมบูรณ์ มีรายละเอียดหรือระดับความรุนแรง เมื่อพิจารณา ต้องมีหลักฐานทาง
การ แพทย์บ่งบอกชัดเจนว่า มี peritoneal fibrosis หรือ peritoneal sclerosis หรือมี bowel adhesion ซึ่งอาจทราบ ได้จากการตรวจ
abdominal CT scan หรือ Laparpscopic examination หรือการผ่าตัดวางสาย Tenckhoff แล้วประสบปัญหา
                3.3) ภาวะ Pleuro peritoneal ถือเป็นข้อห้ามของการล้างไต
                3.4) ภาวะรอยโรคบริเวณผิวหนังหน้าท้องที่ไม่สามารถวางสายได้นั้น มีความหมายถึง รอยโรคที่เป็นถาวรใน
บริเวณผิวหนัง ที่จะทำการผ่าตัดวางสาย Tenckhoff ได้แก่ แนว Midline หรือ Paramedian และผิวหนังบริเวณที่จะทำ Exit site ซึ่ง
รอยโรคดังกล่าว จะเป็น อุปสรรคต่อ Healing หรือ เสี่ยง ต่อการติดเชื้อ (ตามหนังสือที่ สตท.42/ 2552 ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552 )

   4.4 วิธีการลงทะเบียน
         4.4.1 ผู้ป่วย HD รายใหม่ ซึ่งไม่สมัครใจเลือกรับบริการทดแทนไตผ่านทางช่องท้อง (CAPD) ให้หน่วยบริการบันทึกข้อมูลในแบบ
ฟอร์ม FM--31812-006 เพื่อเสนอรายชื่อ ต่อคณะกรรมการเพื่อสนับสนุนผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติให้เข้าถึงการบริการทดแทนไตระดับเขต เพื่อพิจารณาขอใช้บริการ HD
         สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2551 เป็นต้นไป และไม่สมัครใจเลือกรับบริการ
ทดแทนไตผ่านทางช่องท้อง (CAPD) ให้ใช้แบบเสนอรายชื่อผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เพื่อพิจารณารับยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด
แดง (FM-31812 00-024)
        4.4.2 คณะกรรมการเพื่อสนับสนุนผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เข้าถึงการบริการทดแทน
ไตระดับเขต พิจารณาและส่งรายชื่อผู้ป่วยที่ผ่านการพิจารณาว่าต้องทำ HD พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ สปสช.เขต
        4.4.3 สปสช.เขต ดำเนินการลงทะเบียนในรายที่ได้รับอนุมัติในโปรแกรม DMIS_HD ยกเว้นกรณีอุทธรณ์ ให้ส่งรายชื่อพร้อมแบบเสนอ
รายชื่อและเอกสารประกอบ เพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณากรณีผู้ป่วยไม่สามารถทำการล้างไตผ่านทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง (CAPD)
พิจารณา เมื่อผ่านการพิจารณาอนุมัติแล้ว สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะดำเนินการลงทะเบียนใน DMIS_HD ตามแนวทางการเกิด
สิทธิที่ สปสช.กำหนด
        4.4.4 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตรวจสอบข้อมูลลงทะเบียนในโปรแกรม DMIS_HD และส่งข้อมูลให้สำนักงานกลางสาร
สนเทศบริการสุขภาพ (สกส.) เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการเบิกชดเชยค่าบริการเดือนละ 2 ครั้ง
        4.4.5 หน่วยบริการ/สถานบริการ รับข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับการลงทะเบียนผ่านโปรแกรมของ สกส. เพื่อบันทึกการให้บริการผู้ป่วยจะได้รับ
สิทธิ HD ในวันที่ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการฯ

5. แนวทางการสนับสนุนค่าบริการ

        สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้การสนับสนุนค่าบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงแก่
หน่วยบริการที่เข้าร่วมให้บริการ ดังนี้

        5.1 ชดเชยค่าฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมสำหรับผู้ป่วย HD
        สำหรับผู้ป่วย HD รายเก่า และผู้ป่วย HD รายใหม่ ครั้งละ 1,500 บาท ยกเว้น ผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และมีโรคเรื้อรังเกี่ยวกับ
อวัยวะ อื่นๆ เช่น โรคหัวใจ ปอด ตับร่วมด้วย และฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในหน่วยบริการหรือสถานบริการขนาดใหญ่ที่มีการให้บริการ
หอผู้ป่วยไอซียู โดยชดเชยผู้ป่วยรายเก่า และผู้ป่วยรายใหม่ครั้งละ 1,700 บาท ไม่เกิน 3 ครั้ง/สัปดาห์
        5.2 ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้องโดยตรง
                5.2.1 การให้ ยา Eythropoietin ตามที่ สปสช.กำหนด
                5.2.2 การชดเชยค่าเตรียมเส้นเลือด ( Vascular Access )
                หน่วยบริการที่เข้าร่วมให้บริการ HD จะรับการสนับสนุนการบริการ โดยมีรายละเอียดตามประกาศสำนักงานหลัก
ประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง การสนับสนุนและชดเชยบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายด้วยวิธีฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis: HD) พ.ศ.2559 ที่กำหนด

6. หลักเกฯฑ์และเงื่อนไขการจ่ายค่าชดเชย

        6.1 การจ่ายชดเชยค่าฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
        อัตราค่าบริการฟอกเลือดดังกล่าวตามประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง การสนับสนุนและชดเชยค่าบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้านด้วยวิธีฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis: HD) ครอบคลุมการบริการ ดังต่อไปนี้
                6.1.1 ค่าอุปกรณ์ ได้แก่ Dialyzer , Blood Line , AVF Needle , Bicarbonate Dialysate, Anticoagulant
                6.1.2 ยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ที่แพทย์สั่งระหว่างการฟอกเลือดได้แก่ Glucose, Analgesic, Antihistamine และ
Transquilizer drug
                6.1.3 ค่าตรวจเลือด หรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่องกับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ตามแนวทางที่สมาคมโรคไตกำหนด เช่น CBC, BUN, Creatinine, Electrolytes, Calcium, Phosphate, Albumin , KT/V, URR, HBsAg, HBsAb, Anti HCV., EKG และ Chest X-ray
                6.1.4 การล้างไตต้องทำไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง ยกเว้น 1.กรณีการล้างไตสัปดาห์แรก (โดยนับวันจันทร์เป็นวันแรก) น้อยกว่า
4 ชั่วโมง และ 2.กรณีผู้ป่วยอาการไม่ stable ให้จ่ายชดเชยได้
                6.1.5 กรณีภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการล้างไต ที่จำเป็นเร่งด่วน ให้หน่วยบริการที่รักษาภาวะแทรกซ้อนนี้ เรียกเก็บ
ค่าใช้จ่ายตามระบบปกติ เช่น กรณีฉุกเฉินผู้ป่วยในให้เรียกเก็บตามระบบ DRG จากกองทุนผู้ป่วยใน ยกเว้นในกรณีสถานบริการฟอกเลือด
ด้วยเครื่องไตเทียมที่เป็นสถานบริการตามสัญญา สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามแนวทางปฏิบัติการขอรับค่าใช้จ่ายตามข้อบังคับมาตรา 7 ได้
                6.1.6 ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการให้บริการอื่น ๆ เบิกจ่ายตามแนวทางการขอรับค่าใช้จ่าย เพื่อบริการสาธารณสุข เช่น กรณีส่งต่อ กรณีอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน
                6.1.7 กรณีเปลี่ยนสิทธิหรือเสียชีวิต จะหมดสิทธิในการขอรับค่าใช้จ่ายในเดือนที่ตรวจสอบหรือเป็นไปตามแนวทางที่ สปสช.
กำหนด
                6.1.8 กรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่หน่วยบริการที่ลงทะเบียนไว้ จะต้องทำการส่งตัวผู้ป่วยไปรับการ
ฟอกเลือดอีกหน่วยบริการหนึ่ง หน่วยบริการที่รับลงทะเบียน จะต้องส่งตัวผู้ป่วยผ่านระบบอิเลคทรอนิกส์ตามที่ สปสช.กำหนด(โปรแกรม สกส.) และ หน่วยบริการที่ฟอกเลือดสามารถรับค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กำหนดไว้
                6.1.9 การเบิกชดเชยค่าบริการ หน่วย HD จะเบิกได้เฉพาะผู้ป่วยที่ลงทะเบียนและมารับบริการในหน่วยของตนเองเท่านั้น หาก
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตรวจพบว่า มีการนำข้อมูลที่ไม่ได้รับบริการที่หน่วยของตนเองมาเบิก หรือการเบิกนั้นๆ ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการจ่ายชดเชยที่กำหนด หรือ ไม่มีคุณภาพในการให้บริการตามเกณฑ์และแนวทางการตรวจรับรองมาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะพิจารณาเรียกคืนหรือดำเนินการตามแนวทางที่สำนักงานกำหนดต่อไป
                6.1.10 ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องทำการฟอกเลือดที่หน่วยบริการแห่งอื่น (ที่อยู่ในโครงการ) นอกเหนือ
จากที่รับบริการประจำฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ในกรณีดังกล่าวขอให้หน่วยบริการแห่งอื่นที่รักษา ประสานแจ้งหน่วยบริการ
HD ที่ผู้ป่วยลงทะเบียนไว้ ให้ทำการส่งตัวผู้ป่วย ผ่านโปรแกรม สกส. หรือโปรแกรมอื่นๆ ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพกำหนด และหน่วยบริการแห่งอื่น ที่ฟอกเลือดสามารถรับค่าใช้จ่ายตาม
อัตราที่กำหนดไว้ โดยไม่ให้เบิกค่าตัวกรองเพิ่ม (การส่งตัวในโปรแกรมของ สกส.ในผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มี 3 แบบ ได้แก่ 
1. โอนย้าย คือการส่งตัวชนิดถาวร 2. ชั่วคราว คือการส่งตัวเป็นระยะเวลา 7 วัน และ 3. ร่วมดูแล คือการส่งตัวที่สามารถเบิกจ่ายได้ ทั้ง 2 หน่วย)

        6.2 การชดเชยค่าเตรียมเส้นเลือด
                6.2.1 สปสช.จะจ่ายชดเชยให้หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และ/หรือ หน่วยบริการที่มีสัญญา ให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
                6.2.2 ผู้ป่วยที่มีสิทธิได้รับการเตรียมเส้นเลือดสำหรับทำ HD (vascular access) ต้องเป็นผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่มี
สิทธิในการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม HD และลงทะเบียนแล้วเท่านั้น/ผู้ป่วย HD รายใหม่ที่ได้รับสิทธิ EPO จะไม่มีสิทธิเบิกค่า vascular
access
                6.2.3 หน่วยบริการที่ให้บริการเตรียมเส้นเลือด สำหรับทำ HD (vascular access) แก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายได้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
                6.2.4 กรณีที่มีการส่งตัวผู้ป่วยจากหน่วยบริการที่ไม่สามารถให้บริการเตรียมเส้นเลือด สำหรับทำ HD ได้ไปรับ
บริการที่หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ หน่วยบริการที่ทำสัญญาให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หน่วยบริการนั้นสามารถที่ให้บริการเตรียมเส้นเลือดสำหรับทำ HD สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้
                6.2.5 สปสช.กำหนดการตัดรอบข้อมูลเพื่อการจ่ายชดเชย ทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศูกร์ทุกสัปดาห์ และทำการตรวจสอบข้อมูล
พร้อมทั้งออกรายงานและขออนุมัติการจ่ายภายใน 30 วันนับจากวันที่ตัดข้อมูล

      

7. วิธีปฏิบัติในการขอรับการสนับสนุนและชดเชยค่าใช้จ่ายในการบริการ

        7.1 การบันทึกข้อมูลการให้บริการ HD
        หน่วยบริการสามารถบันทึกข้อมูลการให้บริการ HD และข้อมูลการให้ยา Erythropoietin ในโปรแกรม HD ที่พัฒนาโดย
สำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพ (สกส.) โดยก่อนบันทึกข้อมูลเพื่อรับค่าใช้จ่าย ต้องทำการรับข้อมูลทะเบียนผู้ป่วยเข้าโปรแกรม HD
ก่อน และศึกษาขั้นตอนได้จาก Web site ของ สกส. กรณีให้บริการผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการลงทะเบียน (ได้รับการอนุมัติสิทธิ HD แล้ว แต่ยัง
ไม่มีชื่อในทะเบียน) ให้เก็บข้อมูลบริการไว้และบันทึกหลังจากมีชื่อผู้ป่วยในทะเบียนแล้ว
               การบันทึกค่าบริการ
               7.1.1 บันทึกเบิกค่ารักษาพยาบาลด้วยโปรแกรมทะเบียนการรักษาทดแทนไต (HD) ของ สกส.ให้บริการผู้ป่วยทุกราย
               7.1.2 ใช้อัตรา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด
               7.1.3 หน่วยบริการ ส่งข้อมูลการรักษาได้ทุกวัน สกส.จะมีการตรวจสอบข้อมูล และส่งเอกสารตอบกลับค่ารักษา
พยาบาลรายวัน (REP) ให้หน่วยบริการรับทราบในวันทำการถัดไป
               7.1.4 สกส.จะตัดข้อมูลเพื่อประมวลผลทุกวันที่ 1 และ 15 ของเดือนและจัดส่งรายงานสรุปยอดรวมรายการค่ารักษาพยาบาล (Statement) ให้หน่วยบริการเดือนละ 2 ครั้ง
               7.1.5 สกส. จะตัดข้อมูลเพื่อประมวลผลทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไปและจัดส่งรายงานสรุปยอดตามรายการยา Erythropoietin (EUR) UR) ให้หน่วยบริการเดือนละ 1 ครั้ง
               7.1.6 หลังจากได้รับข้อมูลสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะทำการประมวลผลและออกรายงานการชดเชยให้ภายใน 30 วัน นับจากตัดข้อมูล
 
        7.2 การบันทึกข้อมูลการเตรียมเสันเลือดสำหรับทำ HD (vascular access)
        บันทึกในโปรแกรม E-claim ของ สปสช. เท่านั้น

        7.3 การกำหนดรอบข้อมูลและการออกรายงานการจ่ายชดเชยค่าบริการ

         กำหนดวันในการส่งข้อมูลแจ้งหนี้ให้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คือ 30 วัน ภายหลังจากวันที่ให้บริการ
                    1) ส่งช้ากว่าวันที่กำหนดไม่เกิน 30 วัน จ่ายชดเชยการบริการในอัตรา ร้อยละ 95 ของอัตราที่จ่ายให้ของข้อมูลที่มีการแจ้งหนี้ภายในวันที่กำหนด
                    2) ส่งช้ากว่าวันที่กำหนดไม่เกิน 60 วัน จ่ายชดเชยการบริการในอัตรา ร้อยละ 90 ของอัตราที่จ่ายให้ของข้อมูลที่มีการแจ้งหนี้ภายในวันที่กำหนด
                    3) ส่งช้ากว่าวันที่กำหนดไม่เกิน 330 วัน จ่ายชดเชยการบริการในอัตรา ร้อยละ 80 ของอัตราที่จ่ายให้ของข้อมูลที่มีการแจ้งหนี้ภายในวันที่กำหนด
                    กำหนดวันปิดรับข้อมูลการแจ้งหนี้ จะสิ้นสุดการแจ้งหนี้ (ส่งเบิก) ภายใน 360 วัน นับจากวันที่ให้บริการ เช่น ผู้ป่วยที่ให้บริการในเดือนตุลาคม 2559 จะปิดรับการแจ้งหนี้ในวันที่ 30 ตุลาคม 2560

        ทั้งนี้ ข้อมูลที่ส่งหลังจากที่กำหนด ถือว่าหน่วยบริการไม่ประสงค์จะขอรับค่าใช้จ่าย
               7.3.1 ค่าบริการ HD จะออกรายงานขออนุมัติจ่ายชดเชย เดือนละ 2 ครั้ง
               7.3.2 การชดเชยค่าเตรียมเส้นเลือดสำหรับทำ HD (vascular access) สปสช.จะตัดข้อมูลทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ทุกสัปดาห์ และทำการตรวจสอบข้อมูลพร้อมทั้งออกรายงานและขออนุมัติการจ่ายภายใน 30 วันนับจากวันที่ตัดข้อมูล

        7.4 การอุทธรณ์หลังการจ่าย
        ให้ดูรายละเอียดในบทที่ 7

-----------------------
 Download คู่มือบริหารงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2560 การบริหารงบบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง
-----------------------


 
 

   
CopyRight © National Health Security Office
webmaster : กัญจนา รัตนะ e-mail :: kanchana.r@nhso.go.th มือถือ 0817447105