ความรู้ในการบริหารโครงการ CAPD
 
การจัดบริการล้างไตผ่านทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง
(Continuous Ambulatory Peritoneal Dialysis : CAPD) ปี 2560

                                                         ล้างไตผ่านทางช่องท้อง
1. หลักการและเหตุผล

      ประเทศไทย ได้กำหนดให้การสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้รับบริการล้างช่องท้องอย่างต่อเนื่อง (CAPD) เป็นบริการแรกสำหรับการ ทดแทนไตที่ให้กับผู้ป่วยทุกราย หรือที่เรียกว่า  PD First Policy   เนื่องจากคำนึงถึงผลกระทบที่จะมีต่อผู้ป่วยและสังคมโดยรวม กล่าวคือ บริการ CAPD นั้นเป็นบริการที่ใช้เวลาของบุคลากรทางการแพทย์ในการให้บริการน้อยกว่า HD  และเป็นบริการที่ผู้ป่วย สามารถทำเองได้ที่บ้านด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเดินทางมาที่โรงพยาบาลสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง  ทำให้ประหยัดทั้งเวลาในการเดินทาง และค่าเสียโอกาสของผู้ป่วยและญาติในการทำงาน นอกจากนี้คาดว่าบริการ CAPD เป็นบริการที่จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดีกว่า HD เพราะค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าน้ำยาล้างช่องท้องซึ่งมีโอกาสที่จะลดราคาลงได้ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี มีประสิทธิภาพ  เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง จึงได้กำหนดแผนพัฒนาระบบบริการล้างไตผ่านทางช่องท้องอย่างถาวร (CAPD) ในปี 2560   ดังนี้


     1.1 สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพหน่วยบริการล้างไตผ่านทางช่องท้อง (CAPD)  หน่วยเดิมต่อเนื่อง และ ขยายหน่วยบริการใหม่ ที่เป็นเครือข่ายของหน่วยบริการเดิมในโรงพยาบาลชุมชนที่มีความพร้อม  เพื่อให้มีหน่วยบริการ CAPD ที่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้เพียงพอ
     1.2 สนับสนุนให้มี Renal replacement therapy regional center (RRRTC) เพื่อพัฒนารูปแบบการให้้บริการ CAPD ผลิตและพัฒนาบุคลากร  สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพ งานวิชาการและการวิจัย
     1.3 สนับสนุนให้มีการพัฒนาและควบคุมคุณภาพมาตรฐานการให้บริการ CAPD ในหน่วยบริการและเครือข่าย
     1.4 สนับสนุนคณะกรรมการเพื่อสนับสนุนผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เข้าถึงการ
บริการทดแทนไตระดับเขต ให้มีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการ เครือข่ายหน่วยบริการ ควมคุมคุณภาพและประเมินผลการให้บริการ CAPD ในพื้นที่
     1.5 ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากร   ในโรงพยาบาลชุมชน แพทย์ พยาบาล นักกำหนดอาหาร นักโภชนาการ   นักสังคม
สงเคราะห์  ชมรมผู้ป่วยโรคไต รวมทั้งสนับสนุนการสร้างเครือข่ายการดูแลผู้ป่วย CAPD ในชุมชน
     1.6 สนับสนุนการรวมตัวทำกิจกรรมของแพทย์  และพยาบาล PD และผู้ป่วยสนับสนุนการพัฒนาวิชาการและงานวิจัยแบบ R2R รวมทั้ง
ให้มีการประชุมระดับชาติ

     1.7 ให้มีการพัฒนาข้อเสนอทางเลือกผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้าสู่ระบบบริการได้

2. วัตถุประสงค์

      2.1 เพื่อให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่บำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตผ่านทางช่องท้อง (CAPD)  ได้รับการดูแลรักษาที่มี
คุณภาพ มาตรฐาน มีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้ผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดี
      2.2 เพื่อให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เข้าถึงการบริการทดแทนไต และได้รับบริการ CAPD 
      2.3 เพื่อเตรียมผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย ให้มีความพร้อมจนกว่าจะสามารถรับบริการปลูกถ่ายไต

3. การบริหารงบประมาณ

      ปีงบประมาณ  2560  จะสนับสนุนการพัฒนาระบบและ จะชดเชยค่าบริการ CAPD ตามแนวทางที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด
      เป้าหมายบริการ :   ผู้ป่วยรายเดิมที่ทำ CAPD ต่อเนื่องมาจากปีก่อน และเป็นผู้ป่วยใหม่ในปี  2560
      ระยะเวลาดำเนินการ  :   วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึง วันที่ 30  กันยาบน 2560  

4. การบริหารจัดการ

         การสนับสนุนการบริการ CAPD เป็นการดำเนินงานในลักษณะการบริหารจัดการโรคเฉพาะจึงต้องมีการดำเนินงานเพื่อขึ้นทะเบียน หน่วยบริการ ลงทะเบียนผู้ป่วย และจ่ายชดเชยค่าบริการ ตามแนวทาง ดังนี้

          4.1. การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ
              4.1.1   การสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยบริการ CAPD
                 ในปีงบประมาณ 2560  สนับสนุนให้มีการจัดตั้งหน่วยบริการ CAPD โดยเน้นการขยายเครือข่ายหน่วยบริการ CAPD สู่โรงพยาบาลชุมชนที่มีศักยภาพ ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยบริการ CAPD เดิม คณะกรรมการฯ ระดับเขตและ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต
               4.1.2   วิธีการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ CAPD / หน่วยบริการเครือข่าย CAPD
                    1) หน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียน ต้องเป็นหน่วยบริการระดับโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป  หรือ โรงพยาบาลชุมชนที่เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อหรือหน่วยบริการประจำในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และมีความพร้อมด้านบุคลากร สถานที่อุปกรณ์ รวมถึงมีระบบและเครือข่ายดูแลการรับผู้ป่วย ตามเกณฑ์ที่กำหนด กรณีเป็นโรงพยาบาลชุมชน จะต้องเริ่มต้นในลักษณะเป็นหน่วยบริการเครือข่ายกับโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปในพื้นที่ก่อน
                    2) หน่วยบริการแสดงความจำนงเพื่อเข้าร่วมบริการ ต่อ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต
                    3) คณะกรรมการที่กำหนดโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต จะตรวจประเมินความพร้อม ตามแนวทางที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กำหนด
                    4) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ
                    5) หน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียน มีบทบาทหน้าที่ ดังนี้
                          5.1) จัดให้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายได้รับการลงทะเบียน และ จัดทำระบบข้อมูล  รวมทั้งคลินิกบริการผู้ป่วย
ไตวายเรื้อรังระยะที่ 3, 4 และ 5 (Chronic Kidney Disease Clinic หรือ CKD Clinic)
                          5.2) จัดให้มีศูนย์บริการ CAPD ที่มีสถานที่และเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสมและพอเพียงเพื่อบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะ
สุดท้าย
                          5.3) จัดให้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไตหรืออายุรแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศ
ไทยกำหนดหนึ่งคนเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบศูนย์บริการ CAPD และดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
                          5.4) จัดให้มีพยาบาลที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดทดแทน
ไต (การล้างไตผ่านช่องท้อง) หนึ่งคนเป็น CAPD Case Manager ประจำ ทำหน้าที่บริหารจัดการศูนย์บริการ CAPD จัดเตรียมสถานที่ ลงทะเบียนผู้ป่วย บริหารจัดการให้ผู้ป่วยได้รับบริการ CAPD ในเวลาที่เหมาะสม ให้ความรู้ผู้ป่วย และญาติ ติดตามเยี่ยม บันทึกข้อมูลการเบิกน้ำยา ข้อมูลการเบิกน้ำยา ข้อมูลบริการและแก้ไขปัญหาต่างๆ
                          5.5) ให้บริการ CAPD  ตามแผนการรักษาที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยกำหนด และจัดให้บริการ ผู้ป่วยได้รับการ
ฟอกเลือด (HD)  ในกรณีผู้ป่วย CAPD มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธการทดแทนไตชั่วคราว (Tempolary HD) ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด  รวมทั้งรักษาภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการให้บริการทดแทนไต
                          5.6) ประสานงานและฝึกอบรม ให้ความรู้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของโรงพยาบาลและเครือข่ายหน่วยบริการ เช่น โรง
พยาบาลชุมชนและรพ.สต.ในพื้นที่   เพื่อบริหารจัดการให้ผู้ป่วยได้รับน้ำยา CAPD ตามที่กำหนดและผู้ป่วย CAPD ได้รับการเยี่ยมบ้านอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง
                          5.7) ติดตามผลการให้บริการผู้ป่วย และมีระบบพัฒนาคุณภาพบริการของศูนย์ โดยการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ผลและ
พัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
                          5.8) สนับสนุนให้ผู้ป่วยและญาติมีส่วนร่วมในการให้คำแนะนำ ช่วยเหลือผู้ป่วย ญาติ และโรงพยาบาล เช่น การตั้งชมรม
ผู้ป่วยโรคไต การเป็นอาสาสมัคร การมีกิจกรรมร่วมกัน เป็นต้น
                          5.9) รายงานผลการลงทะเบียนผู้ป่วย   การให้บริการ  การเยี่ยมบ้าน   ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น  และเบิกค่าชดเชย
บริการผ่านระบบที่กำหนด
                          5.10) มีการประเมินความพร้อมในการเป็นหน่วยบริการ CAPD เป็นประจำทุกปี ตามแนวทางที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด

          4.2 การลงทะเบียนผู้ป่วย
           ผู้ป่วยที่มีสิทธิรับบริการ CAPD จะต้องเป็นผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ณ วันที่ขอรับบริการ และต้องเป็นผู้ป่วย ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต ตามข้อบ่งชี้ของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยและหน่วย
บริการต้องลงทะเบียนผู้ป่วยในโปแกรม DMIS_CAPD

          แนวทางข้อบ่งชี้ของการเริ่มต้นทำ Dialysis ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง (Chornic Kidney Disease) ของสมาคมโรคไตแห่ง
ประเทศไทย ควรเป็นดังนี้
          4.2.1 เมื่อผู้ป่วยมีระดับอัตราการกรองของไตโดยประมาณ (Estimated Glomerular Filtration Rate, eGFR) น้อยกว่าหรือเท่ากับ 6 มล./นาที/1.73 ตารางเมตรและไม่พบเหตุทีทำให้ไตเสื่อมชั่วคราว โดยอาจมีหรือไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคไตเรื้อรังก็ได้ หรือ
          4.2.2 เมื่อผู้ป่วยมีระดับ eGFR มากกว่าหรือเท่ากับ 6 มล./นาที/1.73 ตารางเมตร ร่วมกับ มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคไตเรื้อรังซึ่งไม่
ตอบสนองต่อการรักษาแบบประคับประคอง อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
                    1) ภาวะน้้ำและเกลือเกินในร่างกาย จนเกิดภาวะหัวใจวายหรือความดันโลหิตสูงควบคุมไม่ได้
                    2) ระดับโปรแตสเซี่ยมในเลือดสูง เลือดเป็นกรด หรือ ฟอสเฟสในเลือดสูง
                    3) ความรู้สึกตัวลดลง หรืออาการชักกระตุกจากภาวะยูรีเมีย
                    4) เยื่อหุุ้มปอดหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบจากภาวะยูรีเมีย
                    5) คลื่นไส้อาเจียนเบื่ออาหาร นัำหนักลดหรือมีภาวะทุพโภชนาการ
          เนื่องจากข้อบ่งชี้ดังกล่าวต้องใช้ระดับ eGFR ในการพิจารณาโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ยังไม่มีภาวะแทรกซ้อน สมาคมโรคไตแห่ง ประเทศไทยจึงได้กำหนด คำแนะนำในการรายงานผลค่า eGFR ดังนี้
                    1) ใช้วิธีคำนวณค่า eGFRโดยแทนค่าตัวแปรในสมการ The Chronic Kidney Disease Epidemiology Collaboration (CKD-EPI) equation สำหับผู้ใหญ่และ Schwatz Equation สำหรับเด็ก (<18 ปี)
                    2) ใช้วิธีการวัดค่าครีเอตินินในเลือดโดยวิธี Enzymatic และใช้ค่าระดับครีเอตินิน โดยใช้ทศนิยม 2 ตำแหน่ง เพื่อความแม่นยำในการคำนวณมากขึ้น

5. แนวทางการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการให้บริการ  

          5.1 การสนับสนการให้บริการ
          หน่วยบริการที่เข้าร่วมให้บริการ CAPD จะรับการสนับสนุนการบริการ โดยมีรายละเอียดตามประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติ เรื่อง แนวทางการจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขสำหรับการบำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตผ่านทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง (CAPD)
          ทั้งนี้ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการให้บริการ CAPD ในส่วนค่าบริการแบบเหมาจ่ายให้เป็นไปตามที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด โดยครอบคลุมการบริการดังต่อไปนี้
                    5.1.1 การตรวจคัดกรอง ให้คำปรึกษา รวมทั้งค่าบริการติดตามเยี่ยมบ้าน ผู้ป่วย CAPD
                    5.1.2 ค่าตรวจเลือด หรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการพื้นฐานเกี่ยวข้องกับ การล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง เช่น CBC BUN Creatine Electrolyte ตรวจความพอเพียงของการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง และชนิดของเยี่อบุช่องท้อง ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ
                    5.1.3 ยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ CAPD เช่น ยาปฏิชีวนะ, Heparin (หรือยากลุ่ม Anticoagulant) เป็นต้น
                    5.1.4 กรณีผู้ป่วยรายใหม่ที่รอวางสายที่มีภาวะยูรีเมีย และผู้ป่วยเก่าที่มีความจำเป็นต้องหยุดล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อ
เนื่อง (CAPD) เป็นการชั่วคราว หากมีความจำเป็นต้องฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมชั่ววคราว (Tempolary HD) สำนักงานจะจ่ายค่าตอบแทนในราคา 1,500 บาทต่อครั้งของการบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) จำนวนไม่เกิน 90 วัน ทั้งนี้หน่วยบริการ CAPD ไม่สามารถให้บริการ HD ได้เอง และส่งผู้ป่วยไปรับบริการ HD ที่หน่วยฟอกเลือดอื่นที่ไม่ได้เป็นหน่วยบริการ CAPD กรณีที่หน่วยบริการรับฟอกเลือดเป็นเอกชน หน่วยบริการ CAPD ที่ส่งไปจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฟอกเลือดให้กับหน่วยบริการที่รับฟอกเลือด โดยหน่วยบริการ CAPD ที่ส่งไปเป็นผู้เบิก
ค่าตอบแทนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติโดยตรง โดยบันทึกข้อมูลการให้บริการ Tempolary HD ในโปรแกรม DMIS-CAPD
                    กรณี มีความจำเป็นต้องฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมชั่วคราว (Tempolary HD) มากกว่า 90 วัน ให้หน่วยบริการทำเรื่องขอขยายระยะเวลาผ่านคณะกรรมการเพื่อสนับสนุนผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้
เข้าถึงการบริการทดแทนไตระดับเขต โดยขอขยายระยะเวลาได้ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
                    5.1.5 กรณีเจ็บป่่วยอื่นๆ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่นนอกเหนือจาก CAPD หน่วยบริการจะได้รับค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายรายหัวผู้ป่วยนอก (สำหรับกรณีบริการแบบผู้ป่วยในใช้ค่าใช้จ่ายบริการผู้ป่วยในทั่วไป) และอื่นๆ รายละเอียดตามคู่มือแนวทางการขอรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

          5.2 วิธีปฏิบัติในการขอรับการสนับสนุนจากสำนักงาน
                    5.1.1 การรับการสนับสนุนน้ำยา CAPD ยา Erythropoietin และสาย Tenckhoff catheter และอุปกรณ์อื่นๆ เช่น Transfer set , Out port clamp, Minicap ผ่านโปรแกรม DMIS_CAPD หรือโปรแกรมอื่นที่สำนักงานกำหนด
                    1) หน่วยบริการบันทึกข้อมูล เบิกจ่ายน้ำยา CAPD ยา Erythropoietin และสาย Tenckhoff catheter และอุปกรณ์อื่นๆ เช่น Transfer set , Out port clamp, Minicap ผ่านโปรแกรม DMIS_CAPD หรือโปรแกรมอื่นที่สำนักงานกำหนด
                    2) สำนักงานจะให้การสนับสนุนผ่านระบบการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ ตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด
                    5.1.2 การขอรับค่าใช้จ่ายในการให้บริการ
                    หน่วยบริการบันทึกข้อมูลการบริการ และการนัดติดตามผู้ป่วยผ่านโปรแกรม DMIS_CAPD หรือโปรแกรมอื่นที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด

          5.3 การกำหนดรอบข้อมูลและการออกรายงานการจ่ายชดเชยค่าบริการ
          กำหนดวันในการส่งข้อมูลแจ้งหนี้ให้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คือ 30 วันหลังจากวันที่ให้บริการ

                    1) ส่งช้ากว่าวันที่กำหนดไม่เกิน 30 วัน จ่ายชดเชยการบริการในอัตรา ร้อยละ 95 ของอัตราที่จ่ายให้ของข้อมูลที่มีการแจ้งหนี้ภายในวันที่กำหนด
                    2) ส่งช้ากว่าวันที่กำหนดไม่เกิน 60 วัน จ่ายชดเชยการบริการในอัตรา ร้อยละ 90 ของอัตราที่จ่ายให้ของข้อมูลที่มีการแจ้งหนี้ภายในวันที่กำหนด
                    3) ส่งช้ากว่าวันที่กำหนดไม่เกิน 330 วัน จ่ายชดเชยการบริการในอัตรา ร้อยละ 80 ของอัตราที่จ่ายให้ของข้อมูลที่มีการแจ้งหนี้ภายในวันที่กำหนด
                    กำหนดวันปิดรับข้อมูลการแจ้งหนี้ จะสิ้นสุดการแจ้งหนี้ (ส่งเบิก) ภายใน 360 วัน นับจากวันที่ให้บริการ
                    สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะตัดข้อมูลจากโปรแกรม DMIS_CAPD ทุกวันสิ้นเดือน ตรวจสอบและออกรายงานขออนุมัติการจ่ายชดเชยในทุกวันสิ้นเดือนของเดือนถัดไป

          5.4 การอุทธรณ์หลังการจ่าย
               ให้ดูรายละเอียดในการอุทธรณ์ บทที่ 7


-----------------------
 Download คู่มือบริหารงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2560 การบริหารงบบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง
-----------------------

       

 


 


   
CopyRight © National Health Security Office
webmaster : กัญจนา รัตนะ e-mail :: kanchana.r@nhso.go.th มือถือ 0817447105